text.skipToContent text.skipToNavigation
Language: Language:
ติดต่อ IDP 02-638-3111 หรือ Line: @idpthailand
IDP เชียงใหม่ 053-217-552 หรือ Line: @idpchiangmai

เรียนกฎหมายที่ UK เป็นยังไงนะ?

อย่างที่รู้กันดีว่ามหาวิทยาลัยต่างๆ ที่ UK มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากในเรื่องของหลักสูตรการเรียนที่โดดเด่น เช่นเดียวกันกับหลักสูตรด้านกฎหมาย ลองอ่านบทความนี้ดู แล้วน้องๆ อาจจะสนใจศึกษาต่อด้านนี้มากขึ้นก็ได้นะ

การได้ปริญญาทางด้านกฎหมาย ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แล้วถ้ายิ่งได้ใบปริญญาด้านกฎหมายจาก UK ก็จะสามารถช่วยเพิ่มโอกาสให้กับชีวิตน้องๆ อย่างมหาศาล

วันนี้ พี่ๆ IDP จะมาแชร์ให้น้องๆ ฟังว่าการเรียนกฎหมายที่ UK เป็นอย่างไรและเพื่อประกอบการตัดสินใจว่าเส้นทางนี้เหมาะกับตัวเองจริงหรือไม่

1. เตรียมตัวให้พร้อมกับงานรีเสิร์ชมหาศาลและการอ่านหนังสือ

น้องๆ อาจจะตั้งคำถามว่า ต้องเรียนอะไรในหลักสูตรกฎหมายหรอ ?

คำตอบก็คือ  ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายนั่นแหละ

ในหลักสูตรการเรียนกฎหมายที่ UK น้องๆ จะได้รับความรู้และความเข้าใจต่างๆ เกี่ยวกับด้านกฎหมายในสถานการณ์มากมายที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้น เพื่อที่น้องๆ จะสามารถเข้าใจสถานการณ์ที่แตกต่างเหล่านั้นได้เป็นอย่างดี น้องๆ จำเป็นต้องทำรีเสิร์ชและอ่านหนังสืออย่างหนักหน่วงทีเดียว

ถ้าคิดว่าเคยจัดสรรเวลาอ่านหนังสือเตรียมตัวก่อนสอบช่วงมหาลัยได้เป็นอย่างดีแล้ว อาจจะต้องลองคิดอีกทีนะ เพราะถ้าไปเรียนที่นี่ น้องๆ คงจะต้องใช้เวลาว่างที่มีอยู่ทั้งหมดในการไปหมกตัวอ่านหนังสืออยู่ห้องสมุดไม่ได้ไปไหนเชียวล่ะ อย่างไรขึ้นตาม ขึ้นอยู่กับการจัดการของแต่ละคนด้วยนะคะ แต่ถ้าเราบริหารเวลาได้ดี รับรองว่าใบปริญญากฎหมายก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอน

2.  ต้องทำงานหนักขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็จะฉลาดขึ้นแบบไม่คาดคิด

การเรียนกฎหมายที่นี่มันช่างหนักหน่วงเหลือเกิน น้องๆ จะต้องรู้จักที่จะปรับตัวและพยายามทำงานให้หนักขึ้นและฉลาดมากขึ้นกว่าที่เคยทำมา อย่างแรกเลย ต้องวางแผนล่วงหน้าดีๆ เพื่อให้มั่นใจว่าตัวเองมีเวลามากพอที่จะเตรียมตัวอ่านหนังสือก่อนการสอบ และก็อย่าลืมที่จะพัฒนาเทคนิคการเรียนของตัวเองด้วยล่ะ อย่างเช่น แทนที่จะอ่านหนังสือเฉยๆ ลองเปลี่ยนเป็นจดโน๊ตและโฟกัสไปที่หลักการทางกฎหมายของเคสต่างๆ เพื่อที่จะช่วยให้เราได้เห็นภาพมากขึ้นว่ากฎหมายถูกใช้ในสถานการณ์ต่างๆ ยังไงบ้าง เพียงเท่านี้ก็อาจจะช่วยแบ่งเบาสิ่งที่น้องๆ ต้องทำได้มากยิ่งขึ้น

3. เริ่มใส่ใจรายละเอียดมากขึ้นกว่าเดิม

หากน้องๆ คิดว่าการเรียนกฎหมายเรียนแค่คอนเซ็ปต์หลักๆแล้วทิ้งพวกรายละเอียดปลีกย่อยเล็กๆล่ะก็.. คิดผิดแล้วล่ะ การเรียนกฎหมาย น้องๆ ต้องใช้การจดจำเป็นหลัก และในบรรดาสิ่งต่างๆที่ต้องจำนั้น รวมไปถึงโครงสร้างทุกอย่างและมาตราของนิติบัญญัติที่ได้เรียนมาทั้งหมดอีกด้วย

4. มองทุกอย่างให้เป็นเกม

ในการเป็นนักเรียนกฎหมาย ไม่ใช่ว่าเราจะเรียนไปแบบชิวๆ แล้วไปตั้งใจอ่านหนังสืออีกทีตอนสอบได้นะคะ เพราะหลักสูตรนี้ได้คัดสรรแต่เด็กหัวกะทิระดับท๊อปมาไว้แล้วทั้งนั้น ดังนั้นเรากำลังอยู่ในที่ที่มีการแข่งขันสูงมาก ซึ่งหลัก law school ส่วนใหญ่ก็เลือกใช้การตัดเกรดตาม curve ซึ่งแปลว่าเกรดของเราขึ้นอยู่กับเพื่อนๆร่วมห้องของเรานี่แหละ จำไว้ให้ดี ว่ามันสำคัญมากๆ ที่น้องๆ จะต้องมุ่งมั่นกับการเรียนกฎหมายอย่างจริงจัง และทำทุกอย่างให้เป็นเกมพิชิต A

5. เริ่มมองทุกอย่างเป็นเรื่องของกฎหมาย

เมื่อน้องๆ ได้เริ่มเรียนกฎหมายแล้วนั้น น้องก็จะรู้ว่าทุกอย่างในชีวิตประจำวันเกี่ยวข้องกับกฎหมายทั้งหมด ยกตัวอย่างเช่น สมมุติว่าเราซื้อไอศครีมมาจากร้านข้างทางหนึ่งอัน แล้วมีเศษพลาสติกติดมาในไอศครีมด้วย ในหัวของน้องๆ จะคิดทันทีว่าร้านค้านั้นได้ฝ่าฝืนกฎหมายเกี่ยวกับการซื้อขายสินค้าและได้ละเมิดข้อหาการค้าโดยประมาท ซึ่งนั่นหมายความว่า เราสามารถคืนไอศครีมนี้ได้ ปฏิเสธการซื้อขายนี้ไป และฟ้องเพื่อเรียกค่าเสียหายได้

6. เพื่อนและครอบครัวรัวคำถามเกี่ยวกับกฎหมายแบบ non-stop

เมื่อคนรอบตัวรู้ว่าเราเรียนกฎหมายนั้น พวกเขาจะเริ่มป่วนน้องๆ ด้วยคำถามอย่าง :

ถ้าฉันยกเลิกสัญญาโทรศัพท์ก่อนเวลา บริษัทโทรศัพท์จะทำอะไรฉันได้มั้ยอะ ?

ฉันเพิ่งโดนจับได้ว่าโหลดหนังผีมาอะ ทำไงดี ?

ฉันเพิ่งซื้อแผ่นเกมมือสองมา แล้วมันเล่นไม่ได้ ฉันต้องเอาเงินคืนอย่างไร?

ใช่ค่ะ ชีวิตนักเรียนกฎหมายมันไม่ได้ง่ายเลย แต่เชื่อเถอะ ว่าน้องๆ จะได้อะไรเยอะมากกว่าจากการมีใบปริญญาใบนี้ ถ้าคิดจะลองสมัครเรียนด้านกฎหมาย พี่ๆ IDP พร้อมจะช่วยน้องๆ อย่างเต็มที่

นอกจากช่วยเตรียมตัวสอบ IELTS แล้ว พี่ๆ IDPยังช่วยจัดการเรื่องการศึกษาต่อด้านกฎหมายใน UK อีกด้วยนะคะ ดังนั้น รับคำปรึกษาจากพี่ IDP ได้เลยตอนนี้

โปรดเลือกระดับการศึกษา

ใส่คำค้นหา เลือกจากรายการหรือกดค้นหา

  • เริ่มค้นหาตอนนี้ เลือกจากรายชื่อหรือกดค้นหา

  • ใส่คำค้นหา เลือกจากรายการหรือกดค้นหา

โปรดพิมพ์ และเลือกสถาบัน

  • พิมพ์ตัวอักษร 3 ตัวของชื่อมหาวิทยาลัย และเลือกจากลิสต์

  • กรอกชื่อมหาวิทยาลัย หรือโรงเรียน และเลือกจากลิสต์