text.skipToContent text.skipToNavigation
Language: Language:
ติดต่อ IDP 02-638-3111 หรือ Line: @idpthailand
IDP เชียงใหม่ 053-217-552 หรือ Line: @idpchiangmai

เคล็ดลับการเรียน - เรียนให้เป็น ไม่ใช่เรียนให้หนัก

ทุกคนต่างก็มีวิธีการเรียนเป็นของตัวเอง เพราะการเรียนให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดไม่มี ‘สูตรสำเร็จ' เพียงสูตรเดียว ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดในการเรียน คือวิธีที่เหมาะสมกับตัวเราที่สุด

แทนที่จะ 'เรียนให้หนัก' เราควรจะ 'เรียนให้เป็น' ถามตัวเราเองว่า จะสร้างสุขนิสัยที่ดีในการเรียนให้ได้ประโยชน์เต็มที่อย่างไรบ้าง วิธีนี้นอกจากจะช่วยลดความเครียดแล้ว ยังช่วยประหยัดเวลาที่เสียไปกับการเรียนได้อีกด้วย

สถานที่นั้น สำคัญไฉน?

แม้งานวิจัยบางชิ้นพบว่าคาเฟ่เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับทำการบ้านและอ่านหนังสือ (บรรยากาศเสียงรอบข้าง อุณหภูมิอบอุ่น แสงสบายตา ยังไม่รวมกาแฟแก้ง่วงที่ขายในร้าน) แต่ข้อสรุปนี้ก็ไม่ได้เป็นจริงสำหรับทุกคนเสมอไป

หากเป็นคนหนึ่งที่ความพลุกพล่านและเสียงรอบตัวในคาเฟ่ทำให้สมาธิกระเจิดกระเจิง ลองเปลี่ยนที่อ่านหนังสือจากคาเฟ่มาเป็นห้องสมุดสาธารณะเงียบสงบใกล้บ้านดูสิ

อีกทางเลือกที่คนนิยมคือการอ่านที่บ้าน ซึ่งบางครั้งความสะดวกสบายของบ้านตัวเองเป็นอุปสรรคตัวร้ายที่ทำให้ไม่ได้อ่านหนังสืออย่างเต็มที่ บางครั้งเราก็อยากอ่านหนังสือชิวชิว แต่ก็ไม่ชิวถึงขั้นอยากล้มตัวลงนอนบนเตียงซะหน่อย

เสียง...มากน้อยแค่ไหนถึงจะดี?

จากการศึกษาพบว่า บรรยากาศเงียบๆ ช่วยเราเอาชนะการทำงานยากๆ ได้ แต่ก็มีบางส่วนเห็นว่า เสียงรอบข้างแบบพอดีๆ ไม่ดังจนเกินไปต่างหากที่ช่วยให้เราทำงานได้ดีกว่า

จากการทดลองพบว่า เสียงรอบข้างประมาณ 70 เดซิเบล (แบบที่ได้ยินตามคาเฟ่ทั่วไป) ดีต่อการทำงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ แต่หากดังมากไปกว่านั้น (อย่างการอยู่ในคาเฟ่ที่เสียงดัง หรือนั่งใกล้เครื่องบดกาแฟ) อาจส่งผลให้เกิดความดันโลหิตและความเครียดที่เพิ่มขึ้น ทำให้สมองรับข้อมูลได้น้อยกว่าปกติ

บางคนชอบฟังเพลงคลอไปขณะอ่านหนังสือหรือทำการบ้าน ซึ่งหลายคนก็มองว่าทำให้เสียสมาธิ ลองฟังแนวเพลงที่จะไม่ทำให้เราหลุดโฟกัสขณะอ่านหนังสือ เช่น เพลงนีโอคลาสสิคของ Nils Frahm, Max Richter, Olafur Arnalds เพลงแจ็สของ Chet Baker, Dave Brubeck, Jimmy Smith, Duke Jordan เพลงโมเดิร์นอย่าง Mogwai, BADBADNOTGOOD, Nightmares on Wax เป็นต้น

เรียนช่วงไหนเวิร์คสุด?

ไม่มีคำตอบที่ถูกต้องที่สุดสำหรับคำถามนี้ นักวิจัยบางคนแนะนำว่าให้ใช้เวลาช่วงเช้าเรียนบทเรียนใหม่ๆ และนำความรู้ตรงนั้นมาปรับใช้กับความรู้เดิมที่มีอยู่แล้วในช่วงกลางวัน-เย็น แต่สุดท้า ยแล้วก็ขึ้นอยู่กับความถนัดของแต่ละคน

ตอนเช้า

ร่างกายเรามีพลังงานเหลือเฟือ

มีสถานที่ให้เลือกเยอะมากกว่า

หากมีคำถามไม่เข้าใจก็สามารถถามคนอื่นได้ทันที

แสงธรรมชาติดีต่อสายตาและสมาธิมากกว่า

แต่ก็มีสิ่งที่ทำให้เสียสมาธิมากกว่า

ตอนกลางคืน

  • เงียบสงบ
  • ช่วงกลางคืน ความคิดสร้างสรรค์เราจะโลดแล่นมากกว่าปกติ รับรู้คอนเซ็ปต์ต่างๆ ในมุมมองที่ต่างจากเดิม
  • มีสถานที่ให้เลือกน้อยลง ซึ่งสถานที่เหล่านั้นก็มักจะคนน้อย
  • บางงานวิจัยพบว่ามนุษย์กลางคืนฉลาดกว่าคนที่ตื่นเช้า

เรียนนานแค่ไหน?

การพักสายตาจากการอ่านหรือการเรียนเป็นเรื่องสำคัญ นักสังคมศาสตร์ได้ทำการทดลองและพบว่า 52 นาที เป็นเวลาที่เหมาะสมต่อการเรียนในหนึ่งช่วง ก่อนที่จะพักอีก 17 นาที แม้ว่าจะฟังดูตลก แต่ว่าหัวใจสำคัญของการพักนั้น ไม่ใช่แค่การอู้งานเฉยๆ แต่เป็นการทำให้เราสามารถกลับมาเรียนต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การเรียนหรืออ่านหนังสือติดต่อกันนานๆ ทำให้สมาธิลดลงเรื่อยๆ จนง่วงนอน ลองละสายตาจากหนังสือสักครู่แล้วทำกิจกรรมที่ต้องใช้แรงกายเล็กน้อย จะสังเกตได้ว่าเราจะมีสมาธิกับการเรียนมากขึ้น แถมสมองยังรับข้อมูลได้มากกว่าการอ่านหนังสือยาวๆ โดยไม่พักเลย

คนเดียวหัวหายหรือสองคนเพื่อนตาย?

ขึ้นอยู่กับว่าเรื่องที่เราเรียนเป็นเรื่องอะไร มีการค้นพบว่าการเรียนเป็นกลุ่มได้ผลมากกว่าเรียนคนเดียว เพราะช่วยให้เกิดการกระตุ้นซึ่งกันและกัน สามารถผลัดกันถาม-ตอบเรื่องที่เรียนได้ ช่วยสร้างบรรยากาศที่สนุกสนาน ทำให้การเรียนไม่น่าเบื่อเหมือนเคย

อย่างไรก็ตาม การเรียนเป็นกลุ่มอาจกลายเป็นอุปสรรค เราอาจจะตั้งใจเรียนเรื่องใดเรื่องหนึ่งกับเพื่อน แต่ดันจบลงที่การคุยกันเรื่องไปเที่ยวตอนปิดเทอม ดังนั้น จึงควรเลือกอ่านหนังสือกับเพื่อนที่ตั้งใจว่าจะอ่านหนังสือเหมือนกับเรา และแยกเวลาเล่นกับเวลาเรียนให้เหมาะสม

สุดท้ายแล้ว วิธีเรียนที่ได้ประโยชน์มากที่สุดคือ วิธีที่เหมาะสมกับตัวเราเองที่สุดต่างหาก ฉะนั้น ก่อนจะเริ่มลงมืออ่านหนังสือครั้งหน้า อย่าลืมนึกถึงสภาพแวดล้อมที่เราชอบที่สุดในการเรียน ยิ่งรู้ว่าเราเหมาะกับบรรยากาศการเรียนแบบไหน ยิ่งทำให้เราเรียนได้อย่างเต็มที่มากขึ้น


บริการแนะแนวเรียนต่อต่างประเทศของ IDP

IDP เปิดบริการมากว่า 50 ปี ให้คำแนะแนวนักเรียนกว่า 32 ประเทศ IDP รู้ลึก รู้จริงทุกขั้นตอนการเรียนต่อและสามารถช่วยเหลือให้การเรียนต่อของน้องๆ ประสบความสำเร็จ

IDP Thailand มีบริการช่วยสมัครเรียนและสมัครวีซ่า 

IDP รู้ทุกขั้นตอนการดำเนินการเรียนต่อ ทุกเอกสารที่จำเป็นต้องยื่นใบสมัครและต้องใช้สำหรับการเดินทางไปต่างประเทศ พร้อมทั้งการติดต่อมหาวิทยาลัยในประเทศต่างๆ โดยตรง

บริการของ IDP

✔️ แนะแนวคอร์สเรียน และ มหาวิทยาลัย

✔️ แนะนำทุนการศึกษาต่างๆ

✔️ ช่วยยื่นใบสมัครเรียน ติดตามผลดำเนินการและรับใบตอบกลับจากโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย

✔️ ช่วยจัดการเรื่องเอกสารวีซ่า ช่วยยื่นสมัครวีซ่าและเตรียมตัวเรื่องการสัมภาษณ์วีซ่า

✔️ ช่วยเหลือจัดหาที่พัก การเปิดบัญชีธนาคาร การจองตั๋วเครื่องบิน และเรื่องอื่นๆ ที่จำเป็นต่อการเดินทาง

 

 

บทความน่าสนใจ
Passport advice

ทำไมต้อง IDP

IDP เป็นผู้นำระดับโลกด้านบริการแนะแนวการศึกษาต่อต่างประเทศ เราช่วยเหลือนักเรียนจากนานาประเทศในการศึกษาต่อในประเทศที่พูดภาษาอังกฤษ ความสำเร็จของเราคือการช่วยให้นักเรียนได้เรียนในหลักสูตรที่ใช่

การเตรียมตัวเดินทาง

เอาล่ะ ดูเหมือนน้องๆ จะเลือกรายวิชาเรียนได้เรียบร้อยแล้ว ทีนี้ก็ถึงเวลาเตรียมตัวสำหรับประสบการณ์ศึกษาต่อต่างประเทศที่จะเปลี่ยนชีวิตของน้องไปตลอดกาล

โปรดเลือกระดับการศึกษา

ใส่คำค้นหา เลือกจากรายการหรือกดค้นหา

  • เริ่มค้นหาตอนนี้ เลือกจากรายชื่อหรือกดค้นหา

  • ใส่คำค้นหา เลือกจากรายการหรือกดค้นหา

โปรดพิมพ์ และเลือกสถาบัน

  • พิมพ์ตัวอักษร 3 ตัวของชื่อมหาวิทยาลัย และเลือกจากลิสต์

  • กรอกชื่อมหาวิทยาลัย หรือโรงเรียน และเลือกจากลิสต์