text.skipToContent text.skipToNavigation
Language: Language:
ติดต่อ IDP 02-638-3111 หรือ Line: @idpthailand
IDP เชียงใหม่ 053-217-552 หรือ Line: @idpchiangmai

เรียนต่อที่นิวยอร์ก

คู่มือการใช้ชีวิตสำหรับนักเรียนในนิวยอร์ก

นครนิวยอร์กเป็นเมืองที่โด่งดังด้านบรรยากาศที่คึกคักและพลุกพล่าน ซึ่งก็นับว่าสมเหตุสมผลทีเดียว

แต่ถ้าหากได้ลองไปสัมผัสอะไรนอกเหนือจากสถานที่ท่องเที่ยว (ที่จริงๆ ก็น่าไปทั้งนั้น) แล้ว น้องๆ ก็จะได้พบทั้งเครือข่ายชุมชนที่มีสีสัน สถานที่หย่อนใจในท้องถิ่น และร้านลับมากมายที่จะทำให้เมืองนี้กลายมาเป็นบ้านหลังใหม่ของเราเอง

✔️  เมืองแห่งนวัตกรรมของโลก

✔️  ลงทุนด้านการวิจัยกับมหาวิทยาลัยทั้งรัฐและเอกชน

✔️  มีหลักสูตรเอกลักษณ์ ออกแบบกตามความถนัดรายบุคคล

✔️  โอกาสในการท่องเที่ยว

✔️  พบเจอผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ

พักอ่านหนังสือ แล้วไปเที่ยวแบบถูกๆ

การวางแผนอ่านหนังสือที่ดีก็ต้องมีพักเบรกบ้าง และที่นครนิวยอร์กแห่งนี้ก็มีสถานที่ดีๆ ให้หลายที่ให้น้องๆ แวะไป

บอกเลยว่าไม่มีทางที่น้องๆ จะไม่มีที่ให้ไปหรือไม่มีอะไรให้ทำเมื่อมาอยู่ที่นี่ ยิ่งไปกว่านั้น ยังสามารถทำอะไรหลายอย่างในราคาประหยัด หรือกระทั่งฟรีได้ด้วย

Staten Island Ferry

จากบนเรือข้ามฟาก น้องๆ จะสามารถมองเห็นวิวแมนฮัตตันที่สวยที่สุดได้ ซึ่งวิวสวยๆ นี้ ฟรี 100% ตั้งแต่ต้นจนจบ

เรือข้ามฟากที่ให้บริการ 24 ชั่วโมงนี้เป็นวิธีการเดินทางหลักสำหรับคนที่ต้องการเดินทางไปกลับจากเขตใต้สุดของนครนิวยอร์ก แต่ขณะเดียวกัน เที่ยวเรือนี้ก็เหมาะสำหรับชมวิวที่สุดแห่งหนึ่งในโลก

สังเกตดูเกาะ Governors ทางตะวันออก และเกาะ Ellis และเทพีเสรีภาพทางตะวันตก บนเกาะหล่านี้มีสวน พิพิธภัณฑ์ และร้านอาหารมากมายที่สามาระแวะไปสำรวจดู หรือน้องๆ จะอยากแค่นั่งเรือเล่นเฉยๆ ก็ได้อีกเหมือนกัน

พิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดทุกแห่ง ฟรี

คนท้องถิ่นรู้กันดีว่าพิพิธภัณฑ์ระดับโลกในนิวยอร์กไม่คิดค่าเข้าชม แต่จะเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมจ่ายเท่าไหร่ก็ได้เท่าที่อยากจ่ายมากกว่า

สำหรับใครที่อยากได้แรงบันดาลใจจากแวนโก๊ะที่ the Met ก็อย่ากังวลเรื่องเงินจนเสียโอกาสชมศิลปะดีๆ ไป พิพิธภัณฑ์ Natural History Museum ฟรีค่าเข้า และ MOMA ก็มี Free Friday ที่ทุกคนสามารถซึมซาบศิลปะในแบบประหยัดกันได้เป็นครั้งคราว

Smorgasburg

ถ้าอยากไปที่สวรรค์ของเหล่าฮิปสเตอร์อย่างห้าง Chelsea Market แต่อยู่ที่บรูคลิน ก็มี Smorgasburg ที่จะจัดที่ Williamsburg ทุกๆ วันเสาร์ และที่ Prospect Park ทุกวันอาทิตย์ให้ไปแทน งานนี้มีบรรยากาศแบบตลาดเกษตรกร (farmer’s market) ผสมกับตลาดนัดที่มีร้านรวงของคนในท้องถิ่น

อาหารกูร์เมต์และอาหาร Artisan (อาหารที่ใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น มักทำด้วยมือตามกรรมวิธีแบบดั้งเดิม) จากทั่วทั้งเมืองถูกนำมารวมกันไว้ในงานเทศกาลอาหารนี้แล้ว คนท้องถิ่นจำนวนหนึ่งมาที่นี่เพื่อรอทานอาหารอร่อยๆ โดยเฉพาะ ทั้งถูกทั้งอร่อยแบบนี้ Smorgasburg จึงเป็นการใช้เวลาช่วงพักอ่านหนังสือที่เพอร์เฟ็กต์สุดๆ

30 Under 30

เชื่อหรือไม่ว่าจริงๆ แล้วยังมีวิธีที่นักเรียนจะได้เข้าโรงละครได้แบบถูกๆ

ตั๋ว 30 Under 30 เกิดขึ้นมาโดยกลุ่ม Manhattan Theatre Club ที่ต้องการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่สามารถชมละครเวทีได้ในราคาประหยัด นี่เป็นหนึ่งในโปรโมชั่นที่โรงละครขนาดเล็กต่างๆ มีไว้สำหรับให้คนท้องถิ่น

เดินเล่น

นครนิวยอร์กมีสวนอยู่กว่า 1,700 แห่ง จึงเป็นไปได้ยากมากที่น้องๆ จะได้ไปมาจนครบหมดทุกสวน

The High Line ที่อยู่ฝั่งตะวันตกของแมนฮัตตันเป็นสวนที่หลายคนชื่นชอบ สร้างจากรางรถไฟลอยฟ้าเก่าของ New York Central Railway และตอนนี้ก็ได้กลายเป็นสวนสำหรับคนเดินโดยเฉพาะ พร้อมทั้งเป็นพื้นที่จัดแสดงศิลปะที่เปิดตลอดทั้งปี

ออกนอกเมืองไปเที่ยวทริปวันเดียวกลับ

การอาศัยอยู่ในเมืองที่พลุกพล่านอยู่ตลอดเวลาอย่างนิวยอร์กก็อาจทำให้รู้สึกล้าขึ้นมาบ้าง ดังนั้นการไปพักผ่อนนอกเมืองบ้างก็ถือเป็นเรื่องดี

มีสถานที่สวยๆ อยู่มากมายที่สามารถไปเที่ยวได้ภายในวันเดียว

Breakneck Ridge

ตามชื่อ เส้นทางเดินเขาที่อยู่ทางตอนเหนือของนิวยอร์กนี้ไม่เหมาะสำหรับคนหัวใจอ่อนแอ แต่ขณะเดียวกันก็เป็นทริปที่เติมเต็มที่สุดทริปหนึ่งในบรรดาที่เที่ยวแถบชายฝั่งตะวันออกแล้ว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะวิวน่าตื่นตาของแม่น้ำ Delaware

หลังจากปีนหินผ่านช่วง 30 นาทีแรกมากได้แล้ว ก็จะได้เห็นวิว 360 องศาเป็นรางวัล และระหว่างทางก็ยังมีซากปรักหักพังให้สำรวจได้อีกด้วย ใครที่คิดจะมาก็อย่าลืมเตรียมน้ำดื่มกับรองเท้าดีๆ ไว้ก่อนล่ะ

หลังเดินเขาเสร็จแล้วก็แวะทานมื้อเที่ยงได้ที่เมืองเล็กๆ น่ารักอย่าง Cold Spring

น้องๆ สามารถนั่งรถไฟใต้ดินสายเหนือออกมาประมาณ 70 นาที เพื่อมาที่จุดเริ่มเดินเขาได้ในราคา $25 ไปกลับ

เที่ยวหาด

ชายฝั่งของนิวยอร์กทอดตัวยาวกว่า 520 ไมล์ และมีระยะมากกว่าชายฝั่งของไมอามี ซานฟรานซิสโก บอสตัน และลอสแอนเจลิสรวมกัน จากทั้งหมด 520 ไมล์ มี 14 ไมล์ที่เป็นหาดทรายสวย

มีหลายหาดดีๆ ใกล้ตัวเมืองอย่างเช่นเกาะ Coney ในบรูคลิน, หาด Rockaway ในควีนส์, หาด Orchard ใน Bronx และหาด Long Beach ในลองไอส์แลนด์

ถ้าใครอยากเดินทางออกไปให้ไกลขึ้นอีกหน่อย เกาะ Fire Island ก็เป็นตัวเลือกที่ดีที่มีร้านอาหารและบาร์วิวสวยๆ หลายร้าน ซึ่งการเดินทางไปเกาะนี้จะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง โดยขึ้นรถไฟ LIRR จากนั้นก็มาต่อเรือข้ามฟาก

ตั๋วเหมารอบหนึ่งวันจะราคาประมาณ $37

ฟิลาเดลเฟีย

ถึงการแนะนำที่นี่จะเหมือนบอกให้หลบความวุ่นวายจากเมืองหนึ่งไปอีกเมืองหนึ่ง แต่ฟิลาเดลเฟีย ที่ตั้งอยู่ในรัฐเพื่อนบ้านเพนซิลเวเนียแห่งนี้ก็ป็นเมืองที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวจริงๆ

น้องๆ สามารถใช้เวลาทั้งวันไปกับการซึมซับและศึกษาประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา ด้วยการไปเยี่ยมชมทั้ง Liberty Bell และ Independent Hall ส่วนด้านอาหารการกินของที่นี่ก็ไม่เบาเหมือนกัน ของขึ้นชื่ออย่าง ชีสสเต็กฟิลาเดลเฟีย ที่จะพลาดไปไม่ได้เลย นอกจากสิ่งเหล่านี้แล้วร้านขายเสื้อผ้าสไตล์วินเทจที่กำลังเฟื่องฟู

น้องๆ สามารถไปยังฟิลาเฟลเฟียได้โดยขึ้นรถไฟ Amtrak ซึ่งใช้เวลาเดินทางหนึ่งชั่วโมงครึ่ง หรือจะขึ้นรถบัสที่ต้องเดินทางนานขึ้นอีกครึ่งชั่วโมง แต่ราคาเพียง $5 ต่อเที่ยวเท่านั้น

ลองไอส์แลนด์

หมู่บ้าน Hamptons ใน Montauk ตั้งอยู่สุดฝั่งตะวันออกของ South Fork ในลองไอส์แลนด์ หมู่บ้านแห่งนี้ถือเป็นสถานที่เหมาะจะโต้คลื่นที่สุดในภูมิภาค ทั้งยังเป็นที่เที่ยวขึ้นชื่อในช่วงฤดูร้อน ทั้งคนดังและคนรวยมากมายก็มีคฤหาสน์ส่วนตัวอยู่ในบริเวณนี้ ดังนั้นที่นี่จึงเป็นที่ควรเที่ยวมากๆ แห่งหนึ่ง

อีกพื้นที่หนึ่งในลองไอส์แลนด์คือ North Fork คาบสมุทรที่ประกอบไปด้วยพื้นที่ชนบทสำหรับปลูกไวน์และโรงกลั่นไวน์ระดับโลก หมู่บ้านเล็กๆ หลายแห่งในแถบนั้นก็ยังมีร้านเสื้อผ้าและร้านค้าโบราณมากมายให้แวะดู

น้องๆ สามารถเดินทางไปที่ลองไอส์แลนด์ได้โดยรถ หรือจะขึ้นรถไฟ LIRR หรือรถบัส Hampton Jitney ก็ได้

ถ้าจะเดินทางไปที่ Montauk ก็จะต้องใช้เวลาประมาณสองถึงสามชั่วโมง ด้วยค่าเดินทางประมาณ $20-$30 ในแต่ละเที่ยว

Hudson

เมืองเล็กๆ ที่มีชื่อว่า Hudson แห่งนี้ตั้งอยู่ริมตลิ่งแม่น้ำ Hudson และเป็นสถานที่เที่ยวเล็กๆ ที่น่าไปแห่งหนึ่ง เมืองนี้โด่งดังที่เกสต์เฮ้าส์หลายแห่งที่ดัดแปลงมาจากร้านค้าได้อย่างดูดีมีสไตล์ ดังนั้นน้องๆ จะมีที่ให้เดินดูเที่ยวชมเหลือเฟือเลยทีเดียว

นอกจากนี้แล้วที่นี่ยังเป็นสวรรค์ของนักชิมอีกด้วย มีอาหารอร่อยๆ มากมายเหมือนที่นิวยอร์ก แต่ไม่มีความวุ่นวายของเมืองใหญ่

ระยะเวลาเดินทางมาที่ Hudson อยู่ที่สองชั่วโมงโดยรถไฟ และมีราคาประมาณ $40-$50 ไปกลับ

ร้านดังราคาถูก

ชาวนิวยอร์กรักการกินกันทั้งนั้น ในเมืองมีร้านอาหารอยู่มากมายจนน้องๆ จะต้องใช้เวลาถึง 12 ปีเพื่อแวะให้ครบทุกร้านเลยละ

แมนฮัตตันเป็นสถานที่สำหรับผู้อพยพจากทั่วโลก และพวกเขาเหล่านี้ก็ได้มีส่วนช่วยเพิ่มความหลากหลายด้านอาหารให้กับเมือง โดยร้านที่ทั้งดีและอร่อยที่สุดหลายร้านอยู่ในระยะที่เดินจากบริเวณมหาวิทยาลัยในดาวน์ทาวน์ไปได้ แสดงถึงประวัติศาสตร์ยาวนานของพื้นที่แถบนี้

Prince Street Pizza

แน่นอนว่าพิซซ่าเป็นอาหารยอดฮิตในนิวยอร์ก และถ้าจะให้ได้รสชาติที่สุดก็ต้องยืนทาน

ถึงแม้ว่าจะมีร้านขายพิซซ่าราคาดอลลาร์เดียวอยู่ทั่วไปในเมือง แต่ถ้ายอมจ่ายเพิ่มอีกนิดหน่อย รับรองว่าจะไม่ผิดหวังแน่นอน

Prince Street Pizza เป็นร้านพิซซ่าใน Nolita ที่เป็นห้องสำหรับยืนทานโดยเฉพาะ อันโดดเด่นเป็นที่จดจำ เท่านั้นไม่พอ ยังเคยมีคนเห็นดาราดังมาทานพิซซ่าอยู่ที่นี่บ่อยๆ

เมื่อมาถึงแล้วถ้าเห็นคนต่อคิวแล้วก็อย่าเพิ่งท้อ แถวขยับเร็วมาก และแค่รอไม่นาน น้องๆ ก็จะได้ลิ้มรถพิซซ่าหน้าเปปเปอโรนีที่ว่ากันว่าอร่อยที่สุดในนิวยอร์ก ในราคาเพียง $4 เท่านั้น

Vanessa’s Dumpling House

บอกเลยว่าร้านนี้เป็นร้านเกี๊ยวที่อร่อยที่สุดในเมืองแล้ว และก็เป็นร้านที่คุ้มราคาที่สุดในไชน่าทาวน์อีกด้วย ทุกอย่างทำสดๆ ให้ดูต่อหน้า และไม่มีอะไรที่ราคาแพงไปกว่า $6 เลย

เมนูดังอย่างเกี๊ยวทอดไส้หมูกุยช่ายของร้านอร่อยจนต้องทึ่ง แล้วน้องๆ ก็จะเผลอสั่งมาทานซ้ำๆ อย่างหยุดไม่ได้ นอกจากนี้ร้านยังมีหลายสาขาอยู่ทั่วเมืองให้น้องๆ แวะไปได้ทุกเมื่อที่เกิดรู้สึกอยากทานเกี๊ยวขึ้นมา

Veselka

ร้านอาหารที่เปิด 24 ชั่วโมงแห่งนี้อยู่ในบริเวณ East Village ขายอาหารยูเครนที่อร่อยได้ความรู้สึกแบบรสมือแม่แท้ๆ

Veselka มีทุกอย่างที่น้องๆ จะอยากทาน ตั้งแต่ซุปไก่โฮมเมด มีตบอล ไปจนถึงเมนูพิเศษประจำวัน และแม้กระทั่งแพนเค้ก ทุกอย่างเสิร์ฟพร้อมกาแฟเข้มๆ ไม่ว่าจะเป็นช่วงไหนของวัน ทุกเมนูราคาต่ำกว่า $20 ทั้งสิ้น

San Marzano

ร้านอาหารอิตาเลียนใน East Village แห่งนี้เป็นที่ชื่นชอบของคนท้องถิ่น เมนูพาสต้าโฮมเมดทุกอย่างของทางร้านราคา $9 และพานินี่ (แซนด์วิชย่าง) แสนอร่อยก็ราคา $8 เท่านั้น นอกจากนี้แล้วยังมีไวน์แดงสำหรับจิบคู่มื้ออาหารด้วยในราคาเพียงแก้วละ $6

ที่นี่เหมาะจะเป็นร้านสำหรับแวะมาอุดหนุนเวลาออกมาข้างนอกกับเพื่อนๆ โดยที่ไม่ต้องกลัวว่าจะเกินงบ

Gray’s Papaya

ถ้าเพิ่งจ่ายค่าเช่าห้องมาแล้วกำลังอยู่ในภาวะจำกัดงบ ลองมาที่ Gray’s Papaya ร้านนี้ตั้งอยู่ฝั่ง West Side ตอนบนในนครนิวยอร์ก ฮอตด็อกสองชิ้นกับเครื่องดื่มคิดราคาเพียง $4.95 เท่านั้น เมนูนี้มีชื่อเรียกว่า ‘Recession special’ และมีขายตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน

เคล็ดลับการเดตในนิวยอร์ก

เอาล่ะ กำลังทำภารกิจตามหารักแท้กันอยู่ใช่มั้ย? บอกไว้ก่อนเลยว่าที่นิวยอร์กอาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิด ไม่มีอะไรจะช่วยเตรียมพร้อมให้กับประสบการณ์การเดตในเมืองอย่างนิวยอร์กได้เลย แต่อย่างน้อยน้องๆ ก็จะได้มีเรื่องราวกลับไปเล่าให้เพื่อนๆ หรือที่บ้านฟังหลังจากกลับไปแล้ว

ผูกมัด หรือไม่ผูกมัด

มีหลายประเทศที่ใช้กฎ 3 เดต ในการตัดสินใจ หมายความว่า ถ้าหลังจากเดตกันไปแล้วสามครั้ง ก็ควรจะเริ่มคิดอย่างจริงจังแล้วว่าจะทำยังไงต่อไป และนิวยอร์กก็มีแต่คนที่กลัวการถูกผูกมัดเต็มไปหมด

หลายคนจะโฟกัสที่เรื่องงานแล้วไม่ลงหลักปักฐานไปจนกระทั่งตอนเริ่มอายุมากแล้ว ดังนั้นสำหรับคนเหล่านี้ การจะผูกมัดกันตั้งแต่เดตครั้งที่สองก็ดูเป็นการตัดสินใจที่ยิ่งใหญ่

บางครั้งการเดตก็มีราคาแพง

นครนิวยอร์กค่าครองชีพสูง ค็อกเทลทั่วไปก็ราคากว่า $18 เข้าไปแล้ว ดังนั้นก็เตรียมใจต้องเสียเงินเยอะๆ ไว้ก่อนเลยถ้าตั้งใจจะออกเดตบ่อยๆ

บางครั้งบาร์ก็มืดและเสียงดัง ดังนั้นจึงไม่ค่อยเหมาะจะเป็นสถานที่สำหรับเดตแรก การไปเดตในสวน หรือที่ร้านกาแฟก็อาจจะเป็นทางเลือกใหม่ที่น่าสนใจ และที่สำคัญคือประหยัดเงินขึ้นมาก

ตอนนี้ก็เป็นศตวรรษที่ 21 แล้ว การหารกันจ่ายก็ไม่น่ามีปัญหา สำหรับสาวๆ ถ้าอีกฝ่ายต้องการจ่ายเงินให้ก็ปล่อยเขา แต่อย่างน้อยก็ควรจะเสนอหารครึ่งตามมารยาท

กฎสองแม่น้ำ

โดยทั่วไปแล้วชาวนิวยอร์กมักไม่ชอบเดินทาง จุดควรใส่ใจหนึ่งของการเดตในเมืองก็คือการทำความเข้าใจกับกฎสองแม่น้ำ หรือ กฎสะพานและอุโมงค์ กรณีตัวอย่างคือ ถ้าเขาอยู่ที่แมนฮัตตัน แล้วเราอยู่ที่ Williamsburg การจะต้องข้ามแม่น้ำ Hudson จาก Jersey ไปที่แมนฮัตตัน แล้วข้ามแม่น้ำ East River จากแมนฮัตตันต่อไปถึงบรูคลินอีกทีก็ถือเป็นเรื่องใหญ่ ความสัมพันธ์ไม่น่าจะไปรอดได้ถ้าไม่จริงจังกันมากๆ

ลองเดตในเขตที่ตัวเองอยู่ หรือถ้าจะยิ่งไปกว่านั้นก็เฉพาะในอาณาเขตไกลไม่เกิน 5 บล็อกดู

วิธีการพบปะคนท้องถิ่นและผูกมิตรกับเพื่อนใหม่

การย้ายไปอยู่ในเมืองที่มีประชากรอยู่มากกว่าแปดล้านคนถือเป็นเรื่องน่าหวั่นใจ ชาวนิวยอร์กอาจจะมีชื่อเสียตรงที่ไม่ค่อยเป็นมิตร แต่ความจริงแล้วคนส่วนใหญ่ก็ค่อนข้างยินดีผูกมิตรด้วย

เคล็ดลับอยู่ที่การไม่ปฏิเสธเวลาได้รับคำชวน เพราะน้องๆ จะไม่มีโอกาสรู้เลยว่าอาจได้ไปเจอใครบ้าง

ต่อจากนี้คือวิธีง่ายๆ ในการสร้างเพื่อนใหม่ในนครนิวยอร์ก

ใช้ช่องทางออนไลน์

Meetup เป็นเว็บไซต์ที่ดีมากที่ช่วยให้สามารถค้นหากลุ่มคนเพื่อนัดพบและทำกิจกรรมร่วมกัน หลังสมัครสมาชิกเรียบร้อยแล้วก็สามารถหาดูได้ว่ามีกิจกรรมนัดพบเกี่ยวกับความสนใจอะไรบ้าง เช่น อาหาร ศิลปะ ฮุรกิจ และกิจกรรมกลางแจ้ง

เฟซบุ๊คเองก็เป็นอีกช่องทางที่มีประโยชน์ มีกรุ๊ปนักเรียนอยู่มากมาย เช่น International Students NYC และ NYU International Students ที่ให้คำแนะนำและการสนับสนุน รวมไปถึงรวบรวมกิจกรรมพบปะต่างๆ ที่กำลังจะจัดขึ้น

เข้าคลาส

ไม่ว่าจะสนใจเกี่ยวกับอะไร ก็น่าจะมีคลาสหรือกรุ๊ปสำหรับสิ่งนั้นๆ อยู่ในนครนิวยอร์ก วิธีนี้เป็นวิธีที่ดีที่จะหาเพื่อน เพราะน้องๆ จะได้เจอกับคนที่มีความสนใจแบบเดียวกันและก็จะได้มีหัวข้อสนทนาให้ใช้พูดคุยกันได้ยาวขึ้น

สำหรับคนที่หัดเป็นเชฟขนมหวาน ก็สามารถไปเรียนวิธีการทำเค้กดังๆ ได้ที่ Milk Bar

หรือคลาสอะไรก็ได้ที่ Brooklyn Brainery ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ด้วยการบรรยายตัวเองว่าเป็น ‘ชมรมอ่านหนังสือฉีดสเตอรอยด์’ กลุ่มนี้จัดสัมนาและคลาสเกี่ยวกับหัวข้อต่างๆ สารพัด ตั้งแต่การถ่ายภาพด้วยกล้อง DSLR ศิลปะบนกระดานชอล์ค ความเป็นผู้นำของสตรี ไปจนถึงการทำอาหารจีนแบบวีแกน

ทำจิตอาสา

ลองทำงานการกุศล แล้วน้องๆ ก็จะได้สร้างมิตรภาพที่เปี่ยมความหมายกลับมา มีหลายกลุ่มหลายที่ในนิวยอร์กที่กำลังต้องการคนช่วยงานเพิ่มอยู่ตลอด

The Bowery Mission เป็นแหล่งรวมเหล่านักเรียนและมืออาชีพอายุน้อยที่กำลังต้องการสร้างความเปลี่ยนแปลงในดาวน์ทาวน์ของแมนฮัตตัน กลุ่มนี้จะตั้งโปรเจ็คต์และจัดกิจกรรมสำหรับให้ช่วยเหลือคนไร้บ้านและเยาวชนที่กำลังอยู่ในช่วงเสี่ยง

กิจกรรมระดมทุนเองก็เป็นโอกาสดีที่จะได้ทานอาหารหรูๆ และสร้างเครือข่ายทำความรู้จักคนต่างๆ เพราะน้องๆ จะได้พบกันคนอื่นๆ ที่ก็กำลังต้องการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงสิ่งในชุมชนที่ตัวน้องเพิ่งได้เข้าร่วมมาเป็นส่วนหนึ่งแห่งนั้นนั่นเอง

✔️  IDP เป็นตัวแทนมหาวิทยาลัยกว่า 180 สถาบันในประเทศอเมริกา

✔️  IDP ส่งนักเรียนไปศึกษาต่อกว่า 450,000 คน ทั่วโลก

✔️  IDP ได้รับความไว้วางใจจากนักศึกษาทั่วโลกและเปิดให้บริการมากกว่า 50 ปี

✔️  IDP คือผู้นำด้านการเรียนต่อที่มีสาขาใหญ่ที่สุดในโลก

เรียนต่ออเมริกากับ IDP

บทความน่าสนใจ

โปรดเลือกระดับการศึกษา

ใส่คำค้นหา เลือกจากรายการหรือกดค้นหา

  • เริ่มค้นหาตอนนี้ เลือกจากรายชื่อหรือกดค้นหา

  • ใส่คำค้นหา เลือกจากรายการหรือกดค้นหา

โปรดพิมพ์ และเลือกสถาบัน

  • พิมพ์ตัวอักษร 3 ตัวของชื่อมหาวิทยาลัย และเลือกจากลิสต์

  • กรอกชื่อมหาวิทยาลัย หรือโรงเรียน และเลือกจากลิสต์