text.skipToContent text.skipToNavigation
Language: Language:
ติดต่อ IDP 02-638-3111 หรือ Line: @idpthailand
IDP เชียงใหม่ 053-217-552 หรือ Line: @idpchiangmai

เรียนต่อที่เวลลิงตัน

คู่มือการใช้ชีวิตสำหรับนักเรียนในเวลลิงตัน

เมืองเวลลิงตัน (หรือ ‘เวลลี่’ ที่คนท้องถิ่นเรียกกัน) คือเมืองหลวงของประเทศนิวซีแลนด์ และเป็นเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็น ‘เมืองลมแรง’ (windy city) ซึ่งขณะเดียวกันก็มีชื่อเสียงด้านศูนย์กลางศิลปะ อาหาร ดนตรี และฐานะที่ตั้งของรัฐบาลนิวซีแลนด์

เวลลิงตันมีประชากรผู้คนจากหลากหลายเชื้อชาติ ทำให้เมืองนี้มีวัฒนธรรมที่แตกต่างจากที่อื่นๆ ในโลก นักศึกษาจากสองมหาวิทยาลัยหลักในนิวซีแลนด์ (Massey University และ Victoria University) ต่างก็อาศัยอยู่ที่นี่ ในที่เดียวกันกับผู้คนหลากประเภทตั้งแต่นักการเมืองไปจนถึงเจ้าหน้าที่รัฐบาล

ชาวเวลลิงตันเป็นคนเฟรนด์ลี่ (ถึงบางทีอาจจะแปลกๆ หน่อย) คุณลักษณะนี้ทำให้ที่นี่เป็นเมืองที่อยู่แล้วชีวิตจะมีสีสันและได้เจอแต่สิ่งน่าสนใจอย่างแน่อน

ที่เวลลิงตันมีอะไรให้ดูให้ทำมากมาย ดังนั้นน้องๆ เมื่อมาถึงแล้วก็สามารถมองหาอะไรใหม่ๆ ได้ตลอดเวลา ที่นี่มีสถานที่ที่น่าสนใจแอบซ่อนอยู่ในซอกหลืบของเมืองมากมาย และไม่ว่าเมื่อไหร่ที่น้องๆ เดินเที่ยวไปรอบๆ เมือง ก็ลองมองหาสตรีทอาร์ทดูไปด้วย

✔️  ระบบการศึกษามีมาตรฐานระดับโลก

✔️  มีความหลากหลายทางชนชาติและวัฒนธรรม

✔️  ค่าครองชีพไม่แพง

✔️  สามารถทำงานระหว่างเรียนได้

✔️  เป็นประเทศที่มีความสวยงามทั้งทางธรรมชติและในเมือง

กิจกรรมสนุกๆ ในเวลลิงตัน

มีเวลาว่างสองสามชั่วโมง หรือกำลังหาโอกาสพักเบรคจากการอ่านหนังสืออยู่รึเปล่า?

น้องๆ จะไม่เบื่อเลยเวลาอยู่ที่เวลลิงตัน เพราะที่นี่มีสถานที่มากมายให้ไปแวะเวียนและสารพัดสิ่งให้ทำ

Te Papa ที่ 55 Cable Street

ถ้ามีเวลาทำอะไรได้แค่อย่างเดียวในระหว่างอยู่ที่เวลลิงตัน หนึ่งอย่างนั้นก็ควรจะเป็นการไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์แห่งชาติของนิวซีแลนด์ Te Papa พิพิธภัณฑ์นี้มีหลากหลายคอลเลคชั่นสำหรับจัดแสดงที่หาได้เฉพาะที่นิวซีแลนด์เท่านั้น นอกจากนี้แล้วยังเป็นสถานที่สำคัญสำหรับใครที่ต้องการซึมซาบประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของประเทศอีกด้วย

Te Papa มีพื้นที่ที่เปิดแก่สาธารณะ 36,000 ตารางเมตร และมีทั้งหมดหกชั้น ด้านในมีร้านกาแฟน่ารักๆ อยู่ด้วย เพราะฉะนั้นถ้าจะแวะมาละก็ เตรียมเวลาว่างเอาไว้เลยทั้งวันเพื่อให้สามารถเดินดูได้ทั่ว หนึ่งในสิ่งจัดแสดงถาวรของพิพิธภัณฑ์ก็คือซากปลาหมึกยักษ์ที่มีเฉพาะที่นี่ที่เดียวในโลก

ยิ่งไปกว่านั้น Te Papa ยังเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับกรณีที่ต้องการประหยัดงบ เพราะค่าเข้าและค่าชมนิทรรศการถาวรส่วนใหญ่จะฟรี (มักคิดค่าชมสำหรับนิทรรศการระยะสั้นและกิจกรรมต่างๆ) ในขณะที่ค่าทัวร์นำชมก็มีให้ใช้บริการได้ในราคาเริ่มต้นที่ 20 NZD

Mount Victoria

ในหมู่ชาวเวลลิงตันมีคำกล่าวดังอย่างหนึ่งว่า “You can’t beat Wellington on a good day” (ไม่มีอะไรจะดีไปกว่าเวลลิงตันในวันอากาศดีแล้ว) และถ้าอยากชมวิวเมือง ก็ไม่มีที่ไหนจะเหมาะไปกว่า Mount Victoria (หรือที่คนท้องถิ่นเรียกว่า Mount Vic)

มีหลายเส้นทางสำหรับเดินขึ้นไปยังยอด Mount Vic  ถ้าเดินตามทางที่มีป้ายบอกทางเขียนว่า ‘lookout’ ก็จะไปถึงปลายทางที่เป็นจุดชมวิวบนยอดสูงสุด สามารถมองเห็นวิวมุมกว้างที่สวยที่สุดของทั้งเมืองได้

ถ้าใครชอบปั่นจักรยานเสือภูเขา ก็นำจักรยานของตัวเองแล้วใช้เส้นทางสำหรับจักรยานที่นำลงไปยังเชิงเขาได้ หรือจะปั่นจักรยานขึ้นไปยังจุดสูงสุดเลยก็ได้ถ้าอยากจะชมวิวให้เร็วขึ้นก็ได้ด้วยเช่นกัน

Weta Workshop

Weta Workshop ที่ถนน 1 Weka Street คือสตูดิโอระดับแนวหน้าของโลกด้าน special effect และสิ่งของประกอบฉาก Weta Workshop เคยมีส่วนร่วมในภาพยนตร์ชื่อดังมากมายในช่วงสิบปีที่ผ่านมา แต่งานที่เป็นที่รู้จักมากที่สุด ก็คือภาพยนตร์ไตรภาคเรื่อง Lord of the Rings นั่นเอง

ถ้าอยากเห็นผลงานที่น่าทึ่งต่างๆ ของทางสตูดิโอ ตั้งแต่การทำอาวุธและอุปกรณ์อื่นๆ ไปจนถึงการทำโมเดล 3D และการประกอบหุ่นยนตร์เคลื่อนไหว รวมทั้งงานในโปรเจ็คต์อื่นๆ ที่กำลังอยู่ในกระบวนการ ก็สามารถไปยัง Weta Cave (ซึ่งตั้งอยู่ติดกับ Weta Workshop) และจองทัวร์ได้เลย

ระหว่างนี้ผู้เยี่ยมชมก็สามารถแวะซื้อของที่ระลึกจากในร้านได้ สินค้าก็มีตั้งแต่ชุดคอสตูม อาวุธเลียนแบบ ภาพวาด และของเล่นเด็ก

Weekend Markets

สำหรับคนที่อยากออกไปเที่ยวในวันว่าง ก็มีตลาดนัดดีๆ ทั้งหมด 3 แห่งในแต่ละช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์

The Wellington Night Market จัดที่ Left Bank ทุกๆ วันศุกร์ และที่ปลายถนน Cuba Street ทุกวันเสาร์ โดยจะเปิดตั้งแต่ห้าโมงเย็นถึงห้าทุ่ม ที่นี่เต็มไปด้วยฟู้ดทรัค แผงลอย และร้านอาหารอื่นๆ ใครที่มาแล้วก็ถือว่าได้โอกาสเหมาะที่จะลองชิมเมนูของร้านอาหารท้องถิ่นหลายๆ ร้านได้ในที่เดียว นอกจากนี้แล้วยังมีดนตรีสด และบางครั้งก็มีชาวเวลลิงตันที่กล้าแสดงออกพากันออกมาเต้นบนถนนด้วย

The Harbourside Market ตั้งอยู่ระหว่าง Te Papa และ Chaffers Marina เปิดทุกวันอาทิตย์ตั้งแต่เจ็ดโมงครึ่งเป็นต้นไป ที่นี่นอกจากจะมีฟู้ดทรัค ร้านรวง และสิ่งบันเทิงต่างๆ แล้ว ก็ยังมีผักผลไม้และของหายากอื่นๆ อีกด้วย ถือได้ว่าเป็นแหล่งเหมาะสำหรับการมาเลือกซื้อวัตถุดิบในช่วงวันหยุดเลยละ

The Underground Market เปิดทุกๆ วันเสาร์ มีแผงลอยขายสินค้าจากดีไซเนอร์ท้องถิ่น ศิลปิน และกิจการท้องถิ่นขนาดเล็กต่างๆ และแน่นอนว่าตลาดนัดแห่งนี้ก็มีกาแฟรสชาติเยี่ยมขายคู่กับอาหารมากมายไม่แพ้ที่อื่น

ไปชมเทศกาล หรือไม่ก็การแสดง

เวลลิงตันเป็นเมืองแห่งวัฒนธรรมที่มักมีงานอยู่ตลอดเวลา เช่น เทศกาลอาหารและดนตรี คอนเสิร์ต และการแสดง เป็นต้น แค่ลองเสิร์ชบนอินเทอร์เน็ตดูนิดเดียวก็จะเห็นรายชื่องานยาวเหยียดที่จัดขึ้นทุกวันทุกคืนตลอดทั้งสัปดาห์ และส่วนมากก็มักจะฟรี

ไฮไลท์พิเศษที่ไม่ควรพลาดในทุกปีมีดังนี้:

CubaDupa เป็นงานเทศกาลฟรีที่จัดตลอดช่วงสุดสัปดาห์ ในงานมีทั้งดนตรี สิ่งบันเทิง และการเฉลิมฉลองที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่จะหาได้ในเวลลิงตัน ตั้งแต่อาหารและเครื่องดื่มไปจนถึงศิลปะและหัตถกรรม CubaDupa จะจัดทุกปีในช่วงสุดสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมีนาคม และก็เป็นงานที่แสดงถึงความเป็นเวลลิงตันได้ดีที่สุดแล้ว

Wellington on a Plate (WOAP) เป็นเทศกาลอาหารที่ใหญ่ที่สุดในนิวซีแลนด์ โดยจะจัดที่นี่ทุกปีตลอดทั้งช่วงเดือนสิงหาคม ในช่วงเทศกาลร้านอาหารท้องถิ่นก็จะพากันคิดค้นเมนูอาหาร ค็อกเทล และเบอร์เกอร์แปลกๆ ใหม่ๆ สำหรับเข้าร่วม และร้านที่ดีที่สุดในแต่ละหมวด (20% ของคะแนนตัดสินมาจากความคิดเห็นของลูกค้า) ก็จะได้รางวัลไป

World of Wearable arts (WOW) เป็นงานแข่งขันการออกแบบและงานประกวดที่มีชื่อเสียงในระดับนานาชาติ งานนี้คือโอกาสทองสำหรับนักออกแบบทั่วโลกที่จะสามารถออกแบบอะไรก็ได้โดยไม่มีข้อจำกัด ซึ่งสำหรับผู้ชม นั่นก็หมายความว่าจะได้มีโอกาสสัมผัสประสบการณ์ที่เหลือเชื่อและจำได้ไม่รู้ลืมของการผสมผสานกันระหว่างแฟชั่น การเต้น ศิลปะ และการแสดงละคร

ร้านอาหารที่ดีที่สุดในเวลลิงตัน

ถึงแม้ว่าเวลลิงตันจะมีพื้นที่ค่อนข้างเล็ก แต่ก็เป็นเมืองที่มีร้านอาหารมากกว่า 750 ร้าน และยังมีชื่อเสียงในฐานะเมืองหลวงแห่งอาหารของนิวซีแลนด์อีกด้วย ที่นี่เต็มไปด้วยคาเฟ่ บาร์ และร้านอาหาร ซึ่งมีเยอะเสียจนบางครั้งก็เลือกไม่ถูกเลยว่าจะเลือกทานอาหารที่ไหนดี

ร้านลับอันดับต้นๆ ที่จะพลาดไม่ได้มีดังนี้

Eva Street (สี่ร้านเด็ดในที่เดียว) ต่อจาก Dixon Street แถว Te Aro Park

Eva Street มักจะถูกมองข้ามบ่อยครั้ง ไม่ผิดหรอกที่จะเข้าใจว่าถนนนี้เป็นเพียงทางเข้าของรถส่งของเพื่อไปยังกิจการต่างๆ ในบริเวณใกล้เคียง แต่ความจริงแล้วที่นี่มีร้านอาหารเด็ดๆ อยู่ถึง 3 ร้าน กับบาร์เล็กๆ อีก 1 ร้าน

ถ้าเดินทะลุประตูเล็กๆ ตรงหัวถนนแล้วขึ้นบันไดไปที่ชั้นสอง น้องๆ ก็จะไปถึงร้าน Lashings สำหรับใครที่ชอบทานของหวานก็ถือว่ามาถูกที่แล้ว เมนูทั้งหมดประยุกต์จากบราวนี่ และที่ร้านก็มักทำบราวนี่รสชาติพิเศษออกมาขายในจำนวนจำกัดให้ได้ลองชิมกันอยู่เสมอ ทีนี้น้องๆ ก็มีข้ออ้างให้แวะเวียนไปบ่อยๆ แล้ว นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีขายกาแฟ เครื่องดื่มต่างๆ และอาหารขึ้นชื่อของนิวซีแลนด์อย่าง ชีสโรล (แบบดูดีเป็นพิเศษ) อีกด้วย

เดินผ่านทางเข้าของ Lashings ไปตามถนนต่ออีก แล้วก็จะได้เจอกับโรงงานช็อคโกแลตประจำเวลลิงตัน ร้านนี้เป็นบริษัทที่ใส่ใจศีลธรรม โดยเลือกใช้วัตถุดิบออร์แกนิคที่มีแหล่งมาอย่างถูกศีลธรรม จากนั้นก็นำมาทำเป็นช็อคโกแลตที่รสชาติแปลกประหลาดแต่อร่อยที่สุดในนิวซีแลนด์ ทางโรงงานมีการจัดทัวร์ให้เข้าชมกระบวนการได้ทุกขั้นตอน และก็ยังเปิดโอกาสให้ได้ชิมสินค้าอีกด้วย

เดินเลยโรงงานช็อคโกแลตแล้วเลี้ยวหัวมุมไปทางซ้ายแล้วก็จะเจอหน้าต่างเล็กๆ น่ารักบนกำแพงเตี้ยๆ ติดพื้น ไม่มีป้ายร้าน มีแค่ธงที่เขียนว่า ‘peanut butter’ ห้อยอยู่ข้างหน้าต่าง ที่นี่คือที่ตั้งของร้าน Fix and Fogg บริษัทท้องถิ่นของเวลลิงตันที่ผลิตเนยถั่วที่มีรางวัลรับประกัน ในร้านมีขายเนยถั่วบนขนมปังปิ้งในรูปแบบต่างๆ ข้าวต้ม และกาแฟกรอง เมนูของร้านนั้นเรียบง่าย แต่ในเมื่อมีเนยที่รสชาติเยี่ยมขนาดนี้อยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องมีอย่างอื่นหวือหวา

ถ้าเดินตรงจากโรงงานช็อคโกแลตไปโดยไม่เลี้ยวไปทางร้าน Fix and Fogg ก็จะได้พบว่าบาร์เล็กๆ ที่ชื่อ Golding’s Free Dive ที่นี่มีบอร์ดเกมให้เล่น คราฟต์เบียร์สดจากแท็ป และก็ยังสามารถสั่งพิซซ่าอบใหม่ๆ จาก Pizza Pomodoro (อีกร้านอาหารแนะนำในเวลลิงตัน) ที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามถนนให้มาเสิร์ฟได้ถึงโต๊ะ

ร้าน Husk ที่ถนน 62 Ghuznee Street

ใครที่เป็นคอกาแฟหรือชอบดื่มคราฟต์เบียร์ รับรองว่าจะต้องตกหลุมรักร้านนี้แน่นอน ด้วยตัวร้านที่หลบอยู่ในตรอกเล็กๆ ริมถนน Ghuznee Street ด้านในตกแต่งด้วยไฟ fairy lights ดวงเล็กๆ บนพดาน และภาพวาดฝาผนังบนกำแพงที่ไล่ยาวไปจนถึงทานเข้า คาเฟ่แห่งนี้ยินดีต้อนรับสัตว์เลี้ยง ดังนั้นน้องๆ ก็มีโอกาสจะได้เจอสัตว์เลี้ยงอยู่ในบริเวณกลางแจ้งระหว่างกำลังเดินเข้ามาในตรอก

ร้าน Husk ขายเมนูทั้งมื้อเช้าและมื้อเย็นที่ใช้วัตถุดิบสดใหม่จากในท้องถิ่นมารังสรรค์เป็นเมนูอาหารที่อร่อยที่สุดในเมือง ร้านนี้โด่งดังที่ chocolate ganache mochas แบบโฮมเมด และการชงเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมหลักเป็นมอลต์และฮอปส์สดๆ ให้เห็นกันในร้าน นอกจากนี้แล้วก็ยังมีตัวเลือกสำหรับคนทานมังสวิรัติ วีแกน gluten free และ dairy free อีกด้วย รับรองว่าไม่ว่าจะสั่งเมนูไหนมาลองก็จะต้องประทับใจอย่างแน่นอน

Willi’s Kitchen ที่ 108 Manners Street

Willi’s Kitchen คือตัวอย่างของคำกล่าวที่ว่า ‘ซ่อนไว้ในที่แจ้ง’ ร้านคาเฟ่ที่ดูไม่สะดุดตาร้านนี้ตั้งอยู่ที่ใจกลางเมือง ซ่อนอยู่ด้านหลังป้ายรถบัสอย่างที่อาจเผลอเดินผ่านไปได้ง่ายๆ ถ้าไม่สังเกต

อาหารเช้าของที่นี่เรียกได้ว่าติดอันดับต้นๆ ของเมืองเลยทีเดียว และก็ยังมีเค้ก พาย และขนมหวานให้เลือกมากมายไม่หวาดไม่ไหว ทั้งยังมีเมนูวีแกนอีกด้วย โดนัทวีแกนของร้านนี้อร่อยเหลือเชื่อไม่ว่าจะสำหรับคนทานวีแกนหรือไม่ อาหารทุกอย่างของที่นี่อร่อยทุกอย่าง แต่ถ้าเลือกไม่ถูกก็สามารถสั่ง hotcake พิเศษประจำสัปดาห์ที่ก็อร่อยไม่แพ้เมนูอื่นมาลองได้

แหล่งร้านแปลกๆ แหวกแนว

อย่างที่บอกไปแล้วว่าเวลลิงตันเป็นที่รู้จักสำหรับหลายๆ คนในด้านความ ‘แปลก’ ถ้าใครกำลังมองหาสถานที่เหมาะๆ สำหรับช็อปของที่จะหาไม่ได้ที่ไหนอีก ก็ลองไปสำรวจดูที่ร้านเหล่านี้ก่อนได้

Pegasus Books

ร้านที่ซ่อนตัวอยู่ริมทางเดินเล็กๆ ใจกลางเมืองแห่งนี้คือร้านหนังสือที่มีเอกลักษณ์พิเศษที่สุดในเวลลิงตัน

ภายในร้านมีหนังสือตั้งเรียงกันสุดสองด้านกำแพง สูงจากพื้นขึ้นไปถึงเพดานในทุกๆ ห้อง ที่นี่ น้องๆ จะสามารถหาหนังสือได้ทุกประเภท ตั้งแต่หนังสือคลาสสิคเมื่อหลายสิบปีก่อนไปจนถึงหนังสือขายดีในปัจจุบันจากทุกแนว จัดเรียงอย่างเป็นระเบียบโดยแบ่งจากหัวเรื่อง หนังสือส่วนใหญ่ของที่ร้านเป็นหนังสือมือสอง แต่ก็ยังมีหนังสือมือหนึ่งขายด้วยเช่นกัน

พนักงานร้านของที่นี่รอบรู้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับวรรณกรรม และก็ยินดีจะช่วยหาหนังสือหรือแนะนำหนังสือเป็นอย่างดี

นอกจากนี้แล้วที่ร้านก็ยังมีจัดโชว์ดนตรีและกิจกรรมอ่านหนังสืออยู่บ่อยๆ ขอแนะนำให้เช็คหน้าเพจเฟซบุ๊คของทางร้านอย่าสม่ำเสมอเพื่ออัพเดตข่าวสารล่าสุด

Brown and Co

Brown and Co เป็นร้านสารพัดนึกเล็กๆ ที่เป็นที่รู้จักด้านการขายสัตว์สตัฟฟ์ โดยมีสัตว์มากมายหลายชนิด เช่น แมลง นก ค้างคาว กวาง นกยูง งู กิ้งก่า กระต่าย และกระต่ายป่า เป็นต้น

ที่ร้านยังมีอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์โบราณ ของตกแต่ง และเฟอร์นิเจอร์จากทั้งในนิวซีแลนด์และต่างประเทศอีกด้วย รวมไปถึงรูปปั้น หนังสือเก่า หุ่นกระบอก ของเล่น ชิ้นงานศิลปะ และของกระจุกกระจิกแปลกๆ อีกเต็มไปหมด

Graphic

Graphic เป็นร้านที่รวมทุกอย่างที่เกี่ยวกับหนังสือการ์ตูน เจ้าของร้านเป็นแฟนหนังสือการ์ตูนที่รู้ลึกและเชี่ยวชาญมาก โดยในร้านจะมีทุกอย่างตั้งแต่กราฟิกโนเวลไปจนถึงของสะสมอย่างเช่น Tintin และแบทแมน ไม่ว่าน้องๆ จะชื่นชอบอะไร ที่นี่ก็คงจะมีสิ่งที่น้องๆ กำลังอยากได้ หรือต่อให้ไม่มี ทางร้านก็สามารถสั่งสิ่งของนั้นๆ จากต่างประเทศมาให้ได้

ร้านนี้หาเจอง่ายมาก แค่เดินไปทาง Cuba Street แล้วมองหาหุ่นดาร์ธเวเดอร์ขนาดเท่าตัวจริงในหน้าต่างเข้าไว้ พนักงานร้านพร้อมช่วยเหลือและพูดคุยกับลูกค้าอยู่เสมอ ถ้าใครชอบอะไรที่ออกแนว geek ก็ต้องมาที่นี่ให้ได้

Hunters and Collectors

Hunters and Collectors เป็นเหมือนตู้เสื้อผ้าแบบ walk-in ที่ใหญ่ที่สุดที่เคยเห็นมา มีคอลเลคชั่นของทั้งเสื้อผ้าวินเทจและเสื้อผ้าดีไซเนอร์มือสอง เสื้อคลุมขนสัตว์ และเครื่องประดับที่เห็นแล้วจะต้องอึ้ง

ถ้าใครมีสิ่งของสภาพดีที่ไม่ได้ใช้แล้ว ที่นี่ก็เป็นร้านเหมาะสำหรับจะเอาของเหล่านั้นไปแลกเป็นรายได้พิเศษ สินค้าบางชิ้นในร้านนำเข้าจากต่างประเทศ แต่ส่วนใหญ่จะรับซื้อต่อมาจากชาวเวลลิงตันนี้เอง ไม่เพียงเท่านั้น ทางร้านยังยินดีจะช่วยเป็นตัวแทนขายของของน้องๆ ให้ แล้วแบ่งกำไรกันแบบ 50-50

ถือว่า Hunters and Collectors เป็นร้านที่เหมาะทั้งจะมาเดินดูสินค้าและจะมาซื้อเสื้อผ้าวินเทจในราคาย่อมเยา

Eyeball Kicks

Eyeball Kicks เป็นร้านขายของศิลปะที่มีขายตั้งแต่ภาพต่ายไปจนถึงภาพพิมพ์และภาพวาดจากศิลปินท้องถิ่น ในทำนองเดียวกันกับวัฒนธรรมที่มากมายหลากหลายของเวลลิงตัน หลายชิ้นงานก็มีการอ้างถึง pop culture ภาพยนตร์ และดนตรี

พนักงานของที่นี่ต่างก็เป็นคนชอบศิลปะและยินดีตอบทุกคำถาม ข้อสงสัย รวมทั้งช่วยแชร์ความรู้ที่น่าสนใจให้กับลูกค้าที่แวะเวียนมาเสมอ

ทางร้านยังมีบริการใส่กรอบให้อีกด้วย ดังนั้นถ้าซื้อภาพที่ยังไม่มีกรอบเรียบร้อยแล้ว ก็สามารถเลือกลายกรอบของทางร้าน หรือสั่งทำเฉพาะตามความต้องการได้ทันที หรือถ้ามีชิ้นงานอยู่แต่ต้องการใส่กรอบ ทางร้านก็ยินดีทำให้เช่นกัน

การเดินทางในเวลลิงตัน

เมื่อในเมืองมีสิ่งให้ทำและสถานที่ให้แวะไปชมมากมายขนาดนี้แล้ว เราก็ควรจะรู้วิธีที่ดีที่สุดเวลาอยากจะไปไหนมาไหนในแต่ละวันด้วยเช่นกัน

ด้านล่างนี้คือวิธีการเดินทางแบบต่างๆ ที่เหมาะที่สุดในการเดินทางในเวลลิงตัน

ใช้ขาของตัวเองนี่แหละ

เวลาจะไปไหนในเวลลิงตัน ก็ไม่มีวิธีไหนจะดีไปกว่าขาทั้งสองข้างของตัวเองอีกแล้ว เมืองนี้มีขนาดเล็ก และโดยมากน้องๆ ก็จะพบว่าตัวเองสามารถไปยังสถานที่ที่ต้องการได้ใน 30 นาที หรือเร็วกว่านั้น

การเดินเป็นวิธีที่ดีสำหรับการสำรวจเมือง เพราะร้านส่วนใหญ่ที่น่าแวะไปมักจะตั้งอยู่ในย่านห่างกันไม่กี่บล็อกเท่านั้น ไล่ตั้งแต่บริเวณ Oriental Bay ไปแถวริมน้ำ และไปจนถึง Westpac Stadium ถ้าเริ่มเดินจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่ง น้องๆ ก็สามารถจะใช้เวลาหมดไปทั้งวันไปกับการเดินดูสิ่งน่าสนใจต่างๆ ในเมืองได้ง่ายๆ เลย

อีกทางเลือกหนึ่งก็คือบริการให้ยืมรถจักรยานภายในเวลลิงตันที่ชื่อ Onzo เพียงแค่ดาวน์โหลดแอป ทำตามขั้นตอนเริ่มต้น แล้วน้องๆ ก็จะใช้รถจักรยานที่จอดอยู่ทั่วเมืองได้แล้ว รถคันสีเหลืองสดเหล่านี้ของบริษัทก็ทำให้มองหาได้ง่ายๆ และก็มักมีจักรยานของ Onzo จอดอยู่ใกล้ๆ ในทุกๆ ที่

Onzo เป็นทางเลือกที่เหมาะที่สุดถ้าอยากไปไหนเร็วๆ หรือถ้าอยากไปที่ที่ไกลกว่าปกติ โดยคิดราคาค่าบริการเพียง 25 เซนต์ต่อ 15 นาทีเท่านั้น

การขนส่งสาธารณะ

ถ้าจะเดินทางไปไหนไกลเกินกำลังขา ก็สามารถเลือกใช้เครือข่ายขนส่งสาธารณะของเวลลิงตันอย่าง Metlink ได้

เครือข่ายนี้มีสายรถบัสกว่า 100 เส้นทาง โดยรถบัสจะมาถึงป้ายทุกๆ 10 นาทีในสายที่คนแน่นที่สุด สำหรับใครที่อยากได้ค่าเดินทางในราคาที่ถูกลงก็สามารถไปที่ร้านสะดวกซื้อแล้วซื้อ Snapper card บัตรจ่ายเงินล่วงหน้ามาใช้ได้ ซึ่งก็สามารถเติมเงินในบัตรด้วยบัตรเครดิตได้อีกด้วย หรือจะใช้แอปบนสมาร์ทโฟนแล้วจ่ายเงินในราคาส่วนลดตอนที่จะขึ้นรถบัสก็ได้ นักเรียนนักศึกษาสามารถสมัครส่วนลดเพิ่มได้อีกจากเว็บไซต์ของ Snapper

ถ้าอยากไปที่เมืองบริเวณใกล้เคียง การเดินทางทางรถไฟก็เป็นอีกตัวเลือกที่ดี

มีรถไฟท้องถิ่น 5 สายที่ออกจากสถานีเวลลิงตันแล้วสามารถพาน้องๆ ไปได้ไกลถึง Kapiti Coast และ Wairarapa ที่สถานีมีทั้งบาร์ ร้านกาแฟเล็กๆ และซุปเปอร์มาร์เก็ตในกรณีที่เกิดขาดเหลืออะไรขึ้นมาก่อนออกเดินทาง น้องๆ สามารถซื้อตั๋วเที่ยวเดียว หรือตั๋วรายวันได้ด้วยเงินสดบนรถ สำหรับ Eftpos, การจ่ายด้วยบัตรเครดิต และการซื้อตั๋วเหมารายเดือนหรือเหมาสิบเที่ยว จะต้องไปซื้อที่สถานีที่เลือกและเจ้าหน้าที่ขายตั๋ว

ขึ้นแท็กซี่ หรือใช้แอปสำหรับ rideshare

ถ้าเกิดกำลังรีบไปไหน ก็มีทั้งป้ายแท็กซี่ที่อยู่รอบบริเวณกลางเมือง และบริการ rideshare ถึง 3 บริการในเวลลิงตัน (Uber, Ola และ Zoomy)

น้องๆ จะพบว่าการใช้บริการ rideshare ราคาถูกกว่าบริการปกติ และทั้ง 3 บริษัทก็มีการให้บริการและเกณฑ์ราคาที่ใกล้เคียงกัน ปกติแล้วรถจะไปถึงที่หมายภายใน 15 นาที แต่ก็ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาในวันนั้นและจำนวนคนที่ต้องการใช้บริการในขณะนั้นๆ ว่ามากกว่าปกติหรือไม่ด้วย ถ้าลองหาข้อมูลดู ก็จะเห็นว่าบริษัทมักมีโปรโมชั่นสำหรับลูกค้าใหม่ โดยจะให้ใช้บริการได้ฟรี หรือลดราคา

✔️  IDP ช่วยดำเนินการทุกขั้นตอนเรียนต่อต่างประเทศ

✔️  IDP มีผู้เชี่ยวชาญด้านการให้คำแนะนำเรียนต่อต่างประเทศ

✔️  IDP ส่งนักเรียนไปศึกษาต่อกว่า 450,000 คน ทั่วโลก

✔️  IDP ได้รับความไว้วางใจจากนักศึกษาทั่วโลกและเปิดให้บริการมากกว่า 50 ปี

✔️  IDP คือผู้นำด้านการเรียนต่อที่มีสาขาใหญ่ที่สุดในโลก

เรียนต่อนิวซีแลนด์กับ IDP

บทความน่าสนใจ

โปรดเลือกระดับการศึกษา

ใส่คำค้นหา เลือกจากรายการหรือกดค้นหา

  • เริ่มค้นหาตอนนี้ เลือกจากรายชื่อหรือกดค้นหา

  • ใส่คำค้นหา เลือกจากรายการหรือกดค้นหา

โปรดพิมพ์ และเลือกสถาบัน

  • พิมพ์ตัวอักษร 3 ตัวของชื่อมหาวิทยาลัย และเลือกจากลิสต์

  • กรอกชื่อมหาวิทยาลัย หรือโรงเรียน และเลือกจากลิสต์