8 มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในการเรียนต่อด้านสุขภาพและการแพทย์ในไทย!

Health & Medicine

หัวข้อที่ครอบคลุม

  • Published: 4 May 2024

เมื่อโควิด-19 ระบาด ความต้องการบุคลากรด้านสาธารณสุขก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้ว่าเทคโนโลยีจะมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมนี้
อย่างไรก็ตาม แม้ไม่มีการแพร่ระบาด อุตสาหกรรมสุขภาพและการแพทย์ก็ยังคงมีความต้องการสูงอยู่เสมอ และมีตำแหน่งงานให้เลือกอย่างต่อเนื่อง
ทั่วโลก อุตสาหกรรมสุขภาพมีมูลค่า 8.45 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2018 และคาดว่าการใช้จ่ายด้านสุขภาพทั่วโลกจะสูงเกิน 10 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2022

นอกเหนือจากโอกาสการทำงานที่ดีแล้ว การทำงานในสายสุขภาพและการแพทย์ยังให้ความรู้สึกเติมเต็มอย่างมาก
ไม่ว่าจะเป็นการช่วยชีวิต การให้กำเนิดชีวิตใหม่ หรือการทำงานเบื้องหลังเพื่อให้สถานพยาบาลดำเนินไปอย่างราบรื่น คุณก็ล้วนมีบทบาทในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชีวิตของผู้คน

หากคุณวางแผนจะเข้าสู่สายอาชีพด้านสุขภาพและการแพทย์ การไปเรียนต่อต่างประเทศอาจเป็นก้าวแรกที่ดี เพราะคุณจะได้รับประสบการณ์และโอกาสที่ดีกว่าเมื่อทำเช่นนั้น

เราได้รวบรวมรายชื่อสถาบันแพทย์ที่ดีที่สุดในโลกมาไว้ให้แล้ว ลองอ่านต่อเพื่อสำรวจทางเลือกของคุณ

1. University of Melbourne

มหาวิทยาลัยเมลเบิร์นได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับ 1 ในออสเตรเลีย และอันดับ 31 ของโลก โดยมีความเชี่ยวชาญในการฝึกอบรมบุคลากรทางคลินิก ทำวิจัยในประเด็นระดับนานาชาติ และผลิตบัณฑิตในทุกสาขาด้านสุขภาพ การแพทย์ และชีวเวชศาสตร์
เมื่อคุณสมัครเข้าเรียนในคณะแพทยศาสตร์ของที่นี่ คุณจะต้องเรียนระดับปริญญาตรี 3 ปีก่อน แล้วจึงต่อด้วยหลักสูตร Doctor of Medicine 4 ปี ซึ่งได้รับการรับรองโดย Australian Medical Council

2. University of Sydney

ด้วยจำนวนนักศิษย์เก่ามากกว่า 380,000 คนในกว่า 170 ประเทศทั่วโลก University of Sydney จึงเป็นหนึ่งในตัวเลือกยอดนิยมของนักศึกษานานาชาติ
มหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในอันดับที่ 22 ของโลกด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพและการแพทย์ โดยหลักสูตร Bachelor of Science และ Doctor of Medicine ใช้เวลาเรียนรวม 7 ปี

โปรแกรมการเรียนประกอบด้วยหัวข้อสำคัญ เช่น วิทยาศาสตร์พื้นฐานและคลินิก การวินิจฉัยและการบำบัด การวิจัย สุขภาพประชากร และอื่น ๆ
นอกจากนี้ นักศึกษายังจะได้ประสบการณ์จริงจากการฝึกงานภาคบังคับจำนวน 2,310 ชั่วโมงอีกด้วย

Paragraph Image

3. University of Edinburgh

James Young Simpson ผู้บุกเบิกด้านการวางยาสลบจากการค้นพบคุณสมบัติของคลอโรฟอร์ม เคยศึกษาอยู่ที่ University of Edinburgh แห่งนี้เอง

หลักสูตรปริญญาตรีด้านแพทยศาสตร์และศัลยศาสตร์ (Bachelor of Medicine and Surgery) ใช้เวลาเรียน 6 ปี โดยออกแบบมาเพื่อเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาเป็นแพทย์ระดับ Foundation Year 1 ผ่านการเรียนรู้ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการบรรยาย การทำงานในห้องแล็บ โครงการวิจัย การฝึกงานในสถานพยาบาล และอื่น ๆ

ในช่วง 2 ปีสุดท้ายของหลักสูตร นักศึกษาจะได้รับการดูแลแบบตัวต่อตัวจากแพทย์ฝึกหัด (doctor-in-training) ที่จะเป็นผู้สอนพิเศษและให้คำแนะนำตามความต้องการเฉพาะบุคคลของนักศึกษาแต่ละคน

4. Trinity College Dublin

Trinity College Dublin ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางกรุงดับลิน เป็นมหาวิทยาลัยที่ได้รับการจัดอันดับสูงสุดในประเทศไอร์แลนด์หลักสูตรปริญญาตรีด้านแพทยศาสตร์ของที่นี่เป็นโปรแกรม 5 ปี ที่ได้รับการรับรองจาก Irish Medical Council ตามแนวทางของ World Federation of Medical Education

ระหว่างเรียน นักศึกษาจะได้ฝึกประสบการณ์การทำงานจริงผ่านการฝึกงานในโรงพยาบาล ซึ่งจะจัดขึ้นที่ St James Hospital และ Tallaght Hospital

5. University College Cork

จากจุดเริ่มต้นเมื่อปี 1849 ที่มีนักศึกษาเพียง 115 คน ปัจจุบัน University College Cork เติบโตขึ้นอย่างมาก โดยมีจำนวนนักศึกษามากกว่า 22,500 คน และติดอันดับมหาวิทยาลัยระดับท็อป 2% ของโลก

หากคุณเลือกเรียนหลักสูตร Medical and Health Sciences ของที่นี่ คุณจะใช้เวลาเรียนทั้งหมด 4 ปี เพื่อพัฒนาทักษะและความรู้พื้นฐานที่จำเป็นต่อการทำงานในสายสุขภาพ หรือศึกษาต่อด้านการวิจัยทางการแพทย์

หลักสูตรนี้เป็นการเรียนแบบสหวิทยาการที่ขับเคลื่อนด้วยการวิจัย ครอบคลุมเนื้อหาหลากหลายแขนงในสายการแพทย์และสุขภาพ อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ทำโปรเจกต์ในห้องแล็บวิจัยระดับโลกอีกด้วย

6. University of Toronto

University of Toronto ซึ่งได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในอันดับที่ 26 ของโลก ถือเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในประเทศแคนาดา

คณะแพทยศาสตร์ของที่นี่เปิดสอนทั้งในระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษาในสาย Life Sciences โดยเน้นสร้างโอกาสใหม่ ๆ ทางการศึกษา ด้วยการเชื่อมโยงนักศึกษาทั้งสองระดับเข้าด้วยกัน ภายใต้ศูนย์วิจัยด้านสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดของแคนาดา

ในฐานะนักศึกษาระดับปริญญาตรี คุณจะมีโอกาสได้พูดคุย แลกเปลี่ยน และรับคำแนะนำจากนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาอย่างใกล้ชิด

Paragraph Image

7. McGill University


McGill University เป็นที่ตั้งของคณะแพทยศาสตร์แห่งแรกของประเทศแคนาดา ซึ่งก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1829

ศูนย์สุขภาพ McGill University Health Centre ยังเป็นแหล่งวิจัยในโรงพยาบาลที่ใหญ่เป็นอันดับสองของแคนาดา โดยมีนักวิจัยและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกว่า 550 คน นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาและหลังปริญญาเอกอีกกว่า 1,200 คน พร้อมด้วยเงินทุนวิจัยเกือบ 170 ล้านดอลลาร์แคนาดา

หลักสูตรแพทยศาสตร์ระดับปริญญาตรีของที่นี่ใช้เวลาเรียน 4 ปี โดยเน้นหัวข้อสำคัญ เช่น ความรับผิดชอบต่อสังคม สุขภาพประชากร อัตลักษณ์และจรรยาบรรณของวิชาชีพ ตลอดจนวิทยาศาสตร์พื้นฐาน การคิดเชิงวิพากษ์ และการประยุกต์ความรู้สู่การปฏิบัติจริง

8. The University of Auckland


The University of Auckland ซึ่งได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในอันดับที่ 9 ของโลก ถือเป็นองค์กรด้านการวิจัยที่ใหญ่ที่สุดของนิวซีแลนด์ โดยมีบุคลากรและนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยมากกว่า 13,000 คน และสร้างรายได้จากการวิจัยกว่า 230 ล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์ต่อปี

หลักสูตร Bachelor of Medicine and Bachelor of Surgery ของที่นี่ใช้เวลาเรียน 6 ปี โดยมุ่งเน้นทั้งทักษะทางการแพทย์ ทักษะคลินิก และทักษะการวิจัย เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการทำงานในสายอาชีพแพทย์

เมื่อเรียนจบแล้ว นักศึกษาจะมีสิทธิ์สมัครขอขึ้นทะเบียนชั่วคราวกับ Medical Council of New Zealand และสามารถเริ่มทำงานในคลินิกทั่วไป หรือเลือกต่อยอดในสาขาเฉพาะทางอื่น ๆ ได้หลากหลาย

Paragraph Image

พร้อมหรือยัง? กับการเรียนต่อด้านสุขภาพและการแพทย์ในมหาวิทยาลัยชั้นนำต่างประเทศ


หากคุณกำลังรู้สึกเลือกไม่ถูกว่าจะเรียนต่อที่ไหนดีให้เหมาะกับเป้าหมายสายอาชีพด้านสุขภาพและการแพทย์ อย่าเพิ่งกังวลไป!

ทีมพี่ ๆ แนะแนวของเราพร้อมให้คำปรึกษาและช่วยเหลือคุณเต็มที่
ที่ IDP เราพร้อมช่วยคุณทุกขั้นตอนในการสมัครเรียนต่อที่ต่างประเทศ เพื่อให้คุณได้เข้าเรียนในหลักสูตรที่ใฝ่ฝันอย่างราบรื่น

ไม่ว่าคุณจะมีคำถามคาใจ หรือแค่อยากได้คำแนะนำเกี่ยวกับทางเลือกในการเรียนต่อ มาพูดคุยกับเราผ่านบริการแนะแนวฟรีได้เลย!

ทำไมต้องดำเนินการเรียนต่อต่างประเทศกับ IDP

IDP เป็นผู้ให้บริการแนะแนวการศึกษาต่อในต่างประเทศ ที่เปิดบริการมามากกว่า 50 ปี และให้คำแนะแนวแก่นักเรียนกว่า 32 ประเทศ โดย IDP มีความรู้ลึก รู้จริง ในทุกขั้นตอนการเรียนต่อ พร้อมช่วยเหลือเพื่อให้การเรียนต่อของน้อง ๆ ประสบความสำเร็จ โดยมีเหตุผลที่ควรเรียนต่อต่างประเทศกับ IDP ดังนี้

✔ IDP มี 5 สาขาใหญ่ในเมืองหลักประจำประเทศออสเตรเลีย
✔ IDP เป็นตัวแทนทุกมหาวิทยาลัยในประเทศออสเตรเลียและสถาบันภาษามากมาย
✔ IDP เป็นตัวแทนทุกมหาวิทยาลัยในประเทศนิวซีแลนด์ และสถาบันภาษามากมาย
✔ IDP เป็นตัวแทนมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาในประเทศอังกฤษกว่า 100 แห่ง
✔ IDP เป็นตัวแทนมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาในสหรัฐอเมริกามากกว่า 190 แห่ง เยอะที่สุดในประเทศไทย
✔ IDP เป็นตัวแทนมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาในประเทศแคนาดากว่า 100 แห่ง เยอะที่สุดในประเทศไทย
✔ IDP เป็นตัวแทนมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยชั้นนำในประเทศไอร์แลนด์กว่า 10 แห่ง
✔ IDP รวบรวมคอร์สเรียนให้เลือกมากกว่า 180,000 หลักสูตร จากกว่า 700 มหาวิทยาลัยทั่วโลก
✔ IDP ช่วยยื่นใบสมัครเรียน ติดตามผลดำเนินการ จัดการและยื่นวีซ่า จัดหาที่พัก และเปิดบัญชีธนาคาร เป็นต้น
✔ IDP ส่งนักเรียนไปศึกษาต่อกว่า 500,000 คน ทั่วโลก
✔ IDP ได้รับความไว้วางใจจากนักศึกษาทั่วโลกและเปิดให้บริการมากกว่า 50 ปี
✔ IDP คือผู้นำด้านการเรียนต่อที่มีสาขาใหญ่ที่สุดในโลก 190 สาขา ใน 35 ประเทศทั่วโลก

Student Community

Join the IDP student community

Connect with peers and student ambassadors to hear real experiences, tips, and advise about studying broad.

Student

เพียงแค่ 1 บัญชีสำหรับการไปเรียนต่อต่างประเทศ

สร้างโปรไฟล์พร้อมทั้งปลดล็อกคุณสมบัติต่าง ๆ มากมาย รวมถึงคำแนะนำแบบส่วนตัว แอปพลิเคชันที่ติดตามได้อย่างรวดเร็ว และอื่น ๆ อีกมากมาย

บทความที่เกี่ยวข้อง

Search for articles

Dive into our extensive collection of articles by using our comprehensive topic search tool.

Select a category