text.skipToContent text.skipToNavigation
Language: Language:
ติดต่อ IDP 02-638-3111 หรือ Line: @idpthailand
IDP เชียงใหม่ 053-217-552 หรือ Line: @idpchiangmai

เรียนต่อที่โตรอนโต

คู่มือการใช้ชีวิตสำหรับนักเรียนในโตรอนโต

โตรอนโตเป็นเมืองที่เปี่ยมไปด้วยความหลากหลาย พลัง คนหนุ่มสาว และสถานที่ทางประวัติศาสตร์ ที่นี่เป็นศูนย์กลางพหุวัฒนธรรมที่จะทำให้น้องๆ รู้สึกเหมือนกับได้ไปท่องเที่ยวทั่วโลก

อีกด้านหนึ่ง โตรอนโตเป็นเมืองที่สนุกสนานขึ้นไปในอีกระดับ ที่นี่มีบาร์ที่เปิดถึงตีสาม เทศกาลที่มีให้เข้าร่วมไม่รู้จบตลอดหน้าร้อน และชุมชนที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน เหนือสิ่งอื่นใด ที่นี่ยังมีผู้คนที่เป็นมิตร ถ้าได้ลองมาอยู่แล้วก็รู้สึกเหมือนมีโตรอนโตเป็นบ้านได้ในเวลาไม่นานเลย

✔️  โอกาสในการทำงานและเรียนไปด้วย

✔️  ค่าใช้จ่ายไม่แพง คุ้มแก่การลงทุน

✔️  เรียนจบ ทำงานต่อได้ ขอ PR ได้

✔️  ประเทศที่มีความปลอดภัยสูง

✔️  ต้อนรับชาวต่างชาติ ผู้คนเป็นมิตร

5 วิธีเดินทางหลักๆ ในโตรอนโต

เพราะการจราจรของโตรอนโตในช่วง rush hour สาหัสมาก วิธีการเดินทางที่สะดวกที่สุดจึงเป็นการใช้ระบบขนส่งสาธารณะ และน้องๆ ก็มีตัวเลือกเหล่านี้เวลาอยากจะไปไหนมาไหนในเมือง

1. รถ (แท็กซี่ Uber และ Lyft)

น้องๆ สามารถทั้งขับรถเอง หรือขึ้นแท็กซี่ (หรือบริการอื่นที่คล้ายกัน) เพื่อเดินทางในเมืองก็ได้ แต่ก็ควรระวังระยะเวลาเดินทางนานๆ โดยเฉพาะตอนที่รถติดอยู่ในช่วง rush hour เพราะนั่นหมายความว่าค่าโดยสารจะยิ่งเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ

2. จักรยาน

ในแถบใจกลางดาวน์ทาวน์มีเลนจักรยานอยู่เหลือเฟือ ถ้าอยากเช่าจักรยาน น้องๆ ก็สามารถใช้บริการ Bike Share ได้ โดยสามารถเลือกซื้อแบบเหมาตลอดปีแล้วใช้จักรยานได้ไม่จำกัด จุดจอดจักรยานของ Bike Share มีอยู่ทั่วเมือง ถ้าน้องๆ เห็นจุดเหล่านี้ ก็ไปที่ตู้สำหรับเช่าจักรยานแล้วจ่ายเงินด้วยบัตรเครดิตก็ได้ ค่าบริการจะคิดตามระยะเวลาที่ใช้จักรยาน และจะเริ่มนับจากตอนที่จักรยานออกจากจุดจอดไปจนถึงตอนที่นำจักรยานไปเก็บที่อีกจุดในสถานีที่หมาย

ถ้าเป็นคนใช้จักรยานบ่อย การเหมาเป็นรายปีก็จะช่วยให้ลดความยุ่งยากลงได้มาก

Toronto Transit Commission (TTC): เป็นวิธีที่จะเดินทางในเมืองได้รวดเร็วที่สุด TTC จะเป็นเพื่อนแท้ของน้องๆ โดยเฉพาะถ้าอาศัยอยู่ในย่านดาวน์ทาวน์ TTC ประกอบไปด้วยรถไฟใต้ดิน รถบัส และรถราง

3. รถไฟใต้ดิน

มีรถไฟใต้ดินวิ่งอยู่ทั่งทั้งเมืองโตรอนโต และยังครอบคลุมไปถึงแถมชานเมืองใกลๆ บางแห่งอีกด้วย รถไฟใต้ดินมีอยู่ 2 สายหลักดังนี้

The Bloor-Danforth line (สีเขียว) จะพาน้องๆ จากริมสุดฝั่งตะวันตก ไปที่อีกฟากฝั่งตะวันออกของเมือง (จาก Etobicoke ไปถึง Scarborough) จุดกึ่งกลางของสายนื้คือที่ตั้งของ University of Toronto (สถานี St. George)

The University line (สีเหลือง) ครอบคลุมใจกลางดาวน์ทาวน์ และมีเส้นทางวิ่งขึ้นเหนือและลงใต้ โดยจะวิ่งขึ้นเหนือไปถึง North York (ชานเมืองแห่งหนึ่ง) และสถานีสุดท้ายในพื้นที่ส่วนใต้สุดของสายก็คือสถานีที่น้องๆ จะลงเพื่อไปดูคอนเสิร์ต การแข่งกันบาสเก็ตบอล เบสบอล หรือฮอกกี้ ทั้ง Scotiabank Arena และ Rogers Centre ก็อยู่ที่สถานี Union กันทั้งคู่

ช่วงเร็วๆ นี้สายรถไฟใต้ดินสีเหลืองขยายเส้นทางฝั่งเหนือไปจนถึงชานเมืองและเมือง Vaughan ที่ตั้งของสวนสนุก Canada’s Wonderland

ถ้าใครกำลังวางแผนจะไปสนามบินบ่อยๆ ก็มีบริการ UP Express ที่จะพาน้องๆ จาก Union Station ไปถึงสนามบิน Pearson น Mississauga โดยตง

ค่รถไฟใต้ดินอยู่ที่ 3.25 ดอลลาร์แคนาดา และสามารถจ่ายง่ายๆ ได้โดยเงินสด subway token หรือบัตร PRESTO การ์ดนี้สามารถนำไปเติมเงิได้ที่ทุกสถานทีรถไฟใต้ดิน และน้องๆ ก็ยังสามารถสร้างแอคเคานท์บนเว็บไซต์ แล้วตั้งค่าให้เติมเงินอัตโนมัติเมื่อเงินเหลือน้อยกว่าที่กำหนดไว้ได้

4. รถบัส

ถ้าน้องๆ ผ่านไปที่ไหน ก็คงจะเห็นรถบัสอยู่ในแทบทุกพื้นที่ และเพราะอย่างนั้นก็วางใจได้เลยว่าไม่ว่าจอยากไปไหน ก็จะมีสายรถบัสที่สามารถพาไปถึง

ปกติรถบัสมักวิ่งทุกๆ 10 นาที แต่ถ้าสภาพอากาศแย่มากจริงๆ ก็อาจต้องรอนานขึ้น

วิธีเช็กตำแหน่งรถบัสง่ายๆ ก็ด้วยการใช้แอป Rocketman (ใช่ ชื่อเหมือนเพลงเลย) แอป Rocketman จะช่วยให้น้องๆ สามารถดูตำแหน่งรถวิ่งได้แบบเรียลไทม์ นอกจากนี้แล้วยังเห็นตารางเดินรถของสายที่อยู่รู้ได้อีกด้วย

5. รถราง

คล้ายกับรถบัสตรงที่รถรางจะวิ่งเข้าสถานีทุกๆ 10 นาที อย่างไรก็ตาม  ทางเลือกนี้มีข้อจำมากเมื่อไปที่ใจกลางดาวน์ทาวน์

ตัวรถรางมีขนาดยาวกว่า จึงสามารถจุคนได้เยอะกว่ามาก และก็ทำให้สามารถสังเกตเห็นรถได้ง่ายๆ ในช่วงคนเยอะ

น้องๆ สามารถใช้บัตร PRESTO จ่ายได้ทั้งค่าโดยสารรถไฟใต้ดิน รถบัส และรถราง นอกจากนี้แล้วยังมีทางเลือกให้ซื้อบัตรรายปี ซึ่งเพียงจ่ายหนึ่งครั้งก็สามารถใช้บัตรนี้เดินทางได้ไม่จำกัดเที่ยวในตลอดหนึ่งปี

มารู้จักกับความหลากวัฒนธรรมของโตรอนตีกันดีกว่า

โตรอนโตแบ่งออกได้เป็นหลายย่านย่อยๆ บางชานเมืองก็จะเป็นที่อยู่อาศัยที่สงบและมีบรรยากาศแบบอบอุ่น ในขณะที่แถบอื่นจะเต็มไปด้วยตลาด ร้านค้า บาร์ คาเฟ่ และโรงเรียน บางคนอาจจะเรียกแบบนี้ว่า ป่าคอนกรีต แต่ด็ไม่ใช่อะไรที่เลวร้ายเสมอไปถ้าน้องๆ ชอบใช้ชีวิตอย่างกระฉับกระเฉบและชอบมีตัวเลือกมากหน่อย

ชื่อของย่านต่างๆ ในดาวน์ทาวน์ของโตรอนโตค่อนข้างง่ายสำหรับการคาดเดาว่าจะมีอะไรให้ดูให้ชิมแถวนั้นบ้าง ย่านเหล่านี้และชื่อที่ตั้งก็ที่มาทางประวัติศาสตร์กันทั้งหมด ในช่วง 1960s ถึง 1970s มีกระแสผู้อพยพเข้ามายังแคนาดาเป็นจำนวนมาก และคนเหล่านี้ก็มาตั้งถิ่นฐานในบริเวณที่มีผู้คนเชื้อชาติเดียวกันจำนวนมากอาศัยอยู่ก่อนหน้า

ผู้อพยพเมื่อมาอยู่ในพื้นที่เหล่านี้แล้วก็ตั้งร้านอาหารที่มีอาหารประจำชาติของตัวเอง และสร้างทั้งโรงเรียนสอนภาษาและบ่มเพาะความรู้สึกของความเป็นชุมชน ย่านเหล่านี้จึงตั้งชื่อตามกลุ่มเชื้อชาติที่เคยอาศัยอยู่ที่นี่ และชื่อเหล่านั้นก็ยังคงใช้มาจนถึงทุกวันนี้

ถ้าน้องๆ ได้แวะไปที่ย่านเหล่านี้ในโตรอนโต หรือเลือกที่จะอาศัยอยู่แถวนั้น น้องๆ ก็จะสังเกตเห็นเอกลักษณ์โดดเด่นของชุมชนที่สัมผัสได้ตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินไปตามถนน

Little Italy (College Street West)

วิธีไป Little Italy ที่เร็วที่สุดก็ด้วยรถไฟใต้ดินสายสีเหลือง

ย่านนี้เต็มไปด้วยผู้คนที่เป็นมิตร และร้านอาหารอิตาเลียนที่อร่อยที่สุดที่น้องๆ เคยกินมาเลย

ในช่วงฟุตบอลโลกและฟุตบอลชิงแชมป์ยุโรป ที่นี่คือที่สำหรับจะมาดูการแข่งฟุตบอล โดยเฉพาะแมตช์ที่อิตาลีลงแข่ง น้องๆ จะได้ทานคาร์โบนาร่าและทีรามิสุไปพลางๆ ระหว่างนั่งมองแฟนฟุตบอลออกมาเต้นกันกลางถนน

ย่านนี้ปลอดภัยมาก และมีนักเรียนอาศัยอยู่เยอะเพราะอยู่ใกล้กับ Eaton Center, Ryerson University และ University of Toronto

Little Portugal (สถานี Lansdowne, Dufferin และ Ossington)

ที่ Little Portugal มีร้านอาหารโปรตุเกสที่อร่อยที่สุดที่หาได้ในเมืองนี้ ทุกๆ หัวมุมถนน จะสามารถหาซื้อไก่, vino และทาร์ตคัสตาร์ดที่ชวนน้ำลายสอได้ง่ายๆ

ตอนกลางคืนในฤดูร้อนเป็นช่วงที่เต็มที่ที่สุดของที่นี่แล้ว เพราะผู้คนในชุมชนสนิทสนมและคุ้นเคยกันมาก และทุกคนก็จะออกมาเดินเล่นกับครอบครัวของตัวเองบนถนน ที่นี่ก็เหมือนกับ Little Italy ตรงที่เป็นสถานที่ที่คนนิยมมาดูฟุตบอลในช่วงชิงแชมป์โลกและชิงแชมป์ยุโรป

บริเวณนี้ยังมีคนอายุน้อยอยู่มาก เพราะราคาอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกกว่าที่อื่น ถึงจะไม่ได้ถูกไปเสียทีเดียว แต่ก็ถูกกว่าแถวดาวน์ทาวน์ แล้วก็ยังอยู่ใกล้ University of Toronto มากด้วย

Chinatown (Dundas Street West ถึง Spadina)

มี Chinatown อยู่หลายแห่งในพื้นที่แถวนี้ (ที่เมือง Mississauga เมือง Markham และในเมือง Toronto ตรงถนน Gerrard Street) แต่ Chinatown ที่เก่าแก่ที่สุดอยู่ที่ Spadina ที่นี่เป็นจุดที่เป็นที่นิยมในหมู่นักเรียนและที่พักสำหรับนักเรียน ด้วยระยะอยู่ใกล้กับ University of Toronto

นอกจากนี้แล้วยังจะได้อยู่ใกล้ๆ กับตลาดดีๆ ที่ขายพืชผลสดใหม่และของกระจุกกระจิกน่าสนใจ

ถ้าน้องๆ กำลังคิดจะเรียนที่ University of Toronto การอาศัยอยู่ที่ชายขอบย่าน Chinatown จะทำให้สามารถเดินทางโดยรถไฟใต้ดินโดยใช้เวลาแค่ 2 นาที หรือเดินแค่ 7 นาทีก็ไปถึงมหาวิทยาลัยได้

Koreatown (Bathurst, Christie และ Bloor)

ในทำนองเดียวกับ Chinatown ที่นี่เป็นอีกแหล่งร้านอาหารราคาถูกสำหรับนักเรียน

ถึงแม้ที่ตั้งจะไม่ได้อยู่ใกล้ University of Toronto เท่าไหร่นัก แต่ก็อยู่ห่างออกไปแค่สี่ป้ายรถไฟใต้ดินเท่านั้น (University of Toronto อยู่ที่สถานี St. George สายสีเขียว ถ้าไปทางตะวันตกต่อมาทาง Bathurst, Christie หรือ Bloor ก็จะไปถึง Chinatown)

สถานี Christie และ Bloor เป็นศูนย์กลางนักเรียนขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับใครที่ต้องการหาที่พักที่มีเพื่อนบ้านเป็นคนอายุไล่เลี่ยกัน

ที่ Koreatown มีร้านขายของชำดีๆ หลายร้าน มีร้านเนื้อย่างเกาหลี และมีหลายที่ที่ขายราเม็ง (ที่จำเป็นมากโดยเฉพาะในช่วงหน้าหนาว)

Danforth – Greektown (จาก Broadview ถึง McCowan)

หน้าร้อนคือช่วงเวลาที่สุดยอดที่สุดสำหรับย่านนี้ เพราะเป็นช่วงที่ชุมชนจะคึกคักกันมากที่สุด และน้องๆ ก็จะเห็นหลายครอบครัวออกมาเดินถนนกันจนดึก ร้านอาหารเริ่มเปิดลานของตัวเอง และทุกคนก็เตรียมตัวสำหรับ Taste of the Danforth ประจำปี

ย่านนี้อยู่ใกล้กับหาด Woodbine ที่อยู่ที่สถานี Woodbine มากๆ (ซึ่งก็เป็นหนึ่งในหาดที่ดังที่สุดในโตรอนโต)

ถ้าอยากลองอาหารกรีกอร่อยๆ และพบปะกับคนที่เป็นมิตรมากๆ จนปฏิบัติเหมือนน้องๆ เป็นคนในครอบครัวแล้วล่ะก็ มาที่ Danforth ได้เลย

Kensington Market (จาก Dundas Street West ถึง College)

บริเวณสุดอาณาเขตของบ่าน Kensington Market อยู่ใกล้กับ University of Toronto, George Brown College และ Ryerson University มาก

ที่นี่อยู่ตรงสายรถไฟใต้ดินสีเขียว ตั้งแต่สถานี Dundas West ไปจนถึงสถานี Bloor เป็นจุดที่เหมาะถ่ายรูปลงอินสตาแกรมมากๆ และบรรดานักเรียนก็ชอบมาเดินเล่นตามถนนในย่านนี้ เลือกซื้ออาหารวีแกน ชาร้อนๆ ซักถ้วย แผ่นเสียง เสื้อผ้าถูกๆ หรือแม้กระทั่งมาสัก

มีอะไรให้ทำมากมายในย่านดังประจำโตรอนโตแห่งนี้ ที่นี่เต็มไปด้วยฮิปสเตอร์และกราฟฟิตีสวยๆ ตามตรอกซอยมากมายที่นำมาใช้เป็นพื้นหลังสำหรับถ่ายภาพได้

St. Lawrence Market (จาก Jarvis ถึง Front Street East)

จากย่านนี้สามารถเดินไปถึง University of Toronto และ Ryerson University ที่ตั้งอยู่ที่สถานี Dundas เส้นรถไฟใต้ดินสายสีเหลือง ได้

น้องๆ จะสามารถมาซื้อพืชผลสดๆ ได้ทุกวัน และยังสามารถซื้อวัตถุดิบต่างๆ สำหรับตลอดทั้งอาทิตย์ได้ในราคาย่อมเยา บริเวณแถบนี้จะให้ความรู้สึกคล้ายๆ ตลาดนัดที่สามารถซื้อของใช้ในบ้าน ต้นไม้ และสิ่งของแปลกๆ อย่างอื่นที่สามารถนำมาใช้ตกแต่งได้ทั้งหมดในที่เดียว

The Beaches (จาก Victoria Park Avenue ถึง Kingston พร้อมวิวทะเลสาบ Ontario)

ที่นี่มีหาดที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในโตรอนโต พื้นที่ของย่านครอบคลุมตั้งแต่สถานี Broadview ถึงสถานี Woodbine ของรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีเขียว และก็เป็นย่านหรู จึงควรดูไปรอบๆ ให้ทั่วเพื่อจะหาที่พักสำหรับตัวเอง

ย่าน The Beaches ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ที่เหมาะที่สุดในอเมริกาเหนือ สำหรับเล่นวอลเลย์บอลชายหาดและเล่นรองเท้าล้อสเก็ตไปตามทางเดินริมหาด

Yorkville (Bay Street)

ย่านชานเมืองแห่งนี้เป็นที่ที่นักเรียนนิยมกันมาเดินเล่นดูสินค้าต่างๆ ที่สถานี Bay สายรถไฟฟ้าสีเขียว ถ้าน้องๆ อยากเห็นรถหรู ลองไปที่ร้านคาเฟ่เล็กๆ สองสามร้าน แล้วมองหาคนดังดู หรือถ้าน้องๆ อยากออกมาใช้เงินช็อปปิ้งเป็นการฉลองสอบเสร็จด้วยก็ได้ ที่นี่ก็เป็นตัวเลือกหรูทางหนึ่งที่ควรมา

Distillery District

Distillery District ไม่ใช่แหล่งที่นิยมทำเป็นที่พักสำหรับนักเรียนเท่าไหร่นัก แต่น้องๆ ก็ยังจะได้เห็นนักเรียนหลายๆ คนออกมาเดินในบริเวณย่านนี้ เพราะที่นี่เหมาะจะมานั่งเล่นมากจริงๆ โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่จะมีการตกแต่งประดับประดา และมีจัดตลาดคริสต์มาสที่ยิ่งส่งเสริมบรรยากาศเทศกาลให้คึกคักมากยิ่งขึ้น

ตลอดทั้งปีน้องๆ สามารถแวะมาดูตลาดของที่นี่หรือบรรดาร้านอาหารทั้งหลาย แล้วถ่ายรูปสำหรับลงอินสตาแกรมเพื่อแบ่งปันบรรยากาศดีๆ และความสวยงามของย่านนี้ด้วยก็ได้

ด้านวัฒนธรรมของโตรอนโต

ในเมื่อที่นี่มีย่านต่างๆ ที่แตกต่างหลากหลายกันถึงขนาดนี้แล้ว ก็รับประกันได้เลยว่าน้องๆ จะไม่มีทางเบื่อ (หรือหิว) อย่างแน่นอน

มีกิจกรรมมากมายให้ทำให้บริเวณเหล่านี้ ซึ่งจะทำให้ช่วงฤดูร้อนของน้องๆ มีแต่เรื่องสนุก

Taste of the Danforth

เทศกาลนี้จัดขึ้นทุกเดือนสิงหาคม ที่ชุมชน Danforth (ชาวกรีก) ถนนจะถูกกั้น แล้วร้านรถเข็นต่างๆ ก็จะเข้ามาตั้งร้านกันที่นี่

Taste of the Danforth เต็มไปด้วยเสียงดนตรี อาหารกรีกอร่อยๆ และโอกาสงามให้ทุกคนในเมืองได้ร่วมเพลิดเพลินกับวัฒนธรรมกรีกด้วยกันในคืนฤดูร้อน

Caribana

เทศกาลแคริบเบียนที่โตรอนโต หรือที่รู้จักในชื่อ ‘Caribana’ ถือเป็นเทศกาลที่จะทำให้เมืองโตรอนโตมีชีวิตชีวาขึ้นมาได้อย่างเต็มที่ งานจัดขึ้นทุกปีช่วงวันหยุดยาวในเดือนสิงหาคม (สุดสัปดาห์แรกของเดือน) และก็เป็นเทศกาลบนท้องถนนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเมือง

ในงาน Caribana มีการแสดงสด มีผู้มาเข้าร่วมจากทั่วโลก มีชุดสีสันสดใส รถเข็นขายอาหาร พาเหรดที่มีนักเต้น และดนตรีแบบน็อนสต็อป

Taco Fest

เทศกาลนี้จัดที่ Ontario Place ซึ่งอยู่ที่ดาวน์ทาวน์ ริมน้ำ และจะจัดในช่วงอาทิตย์ที่สองของเดือนมิถุนายน

บรรดาเชฟที่ฝีมือดีที่สุดในเมืองจะมาตั้งแผงรถเข็นและขายเมนูอาหารดั้งเดิมขึ้นชื่อแต่เพิ่มรสชาติพิเศษอื่นๆ เข้าไป เช่น guacamole, hot sauce, churros หรือแม้แต่เตกีล่าก็มี! นักเรียนจำนวนมากพากันหลั่งไหลไปที่เทศกาลนี้ เพราะแค่จ่ายเงินค่าเข้าก็สามารถไปลองชิมสุดยอดอาหารในงานได้แล้วหลายเมนู

นอกจากนี้แล้วยังเหมาะจะมาเดินเที่ยวที่นี่กับเพื่อนจากมหาวทิยาลัย (เพราะจากนี้จะเป็นช่วงปิดเทอมฤดูร้อนแล้ว และน้องๆ ก็คงจะได้เจอกันน้อยลง) หรือจะไปพบปะกับคนใหม่ๆ ที่มาจากย่านต่างๆ ทั่วเมืองก็ได้เช่นกัน

Taste of the Middle East

น้องๆ สามารถมาใช้เวลาตลอดหนึ่งวันของช่วงปลายเดือนกรกฎาคม เพื่อลิ้มรสอาหารที่ปรุงอย่างดีที่สุดของแถบตะวันออกกลางได้ที่นี่

Taste of Middle East จัดขึ้นที่ใจกลางดาวน์ทาวน์ (สถานีรถไฟ Yonge และ Dundas) และก็ไม่คิดค่าเข้า มาลองชิมอาหารเมนูคลาสสิกจากแถบตะวันออกกลาง รวมทั้งเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ น่าสนใจอย่างเช่นกระบวนการทำกาแฟตุรกี

น้องๆ สามารรถดูดวง ชมภาพศิลปะที่แตกต่างเป็นเอกลักษณ์ ฟังดนตรี เต้น ตลอดจนไปลองกว่า 1,001 รสชาติที่วัฒนธรรมตะวันออกกลางมีให้สัมผัส

รายได้ทั้งหมดจะถูกนำไปมอบให้การกุศล เรียกได้ว่าให้น้องๆ ได้ทั้งสนุกและได้ทำบุญไปพร้อมๆ กัน

สถานที่ที่น่าไปดูภายในเมือง

วัฒนธรรมและความหลากหลายของโตรอนโตเป็นเพียงจุดเริ่มต้นหนึ่งเท่านั้นที่เป็นปัจจัยของความยอดเยี่ยมของเมืองนี้

ยังมีสถานที่ที่น่าสนใจ และสถานที่ทางประวัติศาสตร์อีกหลายแห่งที่ใครก็ตามที่อาศัยอยู่ในเมืองควรลองไปเยี่ยมชมดูซักครั้ง

Canadian National Exhibition

งานจัดแสดงนี้มีขึ้นทุกๆ ปี เป็นระยะเวลาสองสัปดาห์ในเดือนสิงหาคม เหมาะมากที่จะเป็นงานส่งท้ายฤดูร้อนไปด้วยเครื่องเล่น จุดขายอาหารที่ใหญ่ยักษ์ มีทั้งขนมแปลกๆ ทุกประเภทและเกม arcade อีกมาก

บรรดาเกาะในโตรอนโต

กลุ่มเกาะขนาดเล็ก 15 เกาะนี้อยู่ในทะเลสาบออนตาริโอ ซึ่งสามารถไปถึงได้ด้วยรถไฟฟ้าใต้ดินไปลงที่ Harbourfront (สถานี Union) แล้วต่อด้วยเรือข้ามฟากเพื่อไปถึงบริเวณเกาะ

เกาะหล่านี้มีกิจกรรมให้ทำมากมาย ได้แก่ สวนสนุก หอประคาคาร ชายหาด และฟาร์ม

Casa Loma

ตั้งอยู่บริเวณไกลจากดาวน์ทาวน์ออกมาหน่อย คฤหาสน์สไตล์กอธิกนี้เป็นสถานที่ที่ควรมาชมซักครั้ง ภาพยนต์และซีรีส์หลายเรื่องเคยมาถ่ายทำที่นี่ ทำให้คฤหาสน์แห่งนี้เป็นจุดเหมาะจะมาทัวร์ชมด้านใน หรือเดินดูรอบๆ จากด้านนอกอย่างเดียวก็ได้

นอกจากนี้แล้ว Casa Loma ยังเป็นจุดถ่ายรูปที่ควรมากับเพื่อนๆ อีกด้วย

Art Gallery of Ontario (AGO)

AGO แกลเลอรี่แสดงศิลปะที่กลางดาวน์ทาวน์มักมีงานจัดแสดงใหม่ๆ ที่น่าสนใจมาโชว์อย่าสม่ำเสมอตลอดปี แกลเลอรี่แห่งนี้รวบรวมงานศิลปะไว้กว่า 95,000 ชิ้น และก็เป็นหนึ่งในแกลเลอรี่ที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาเหนือ

ถ้าน้องๆ บังเอิญอยู่แถวนี้ในช่วงคืนวันพุธ (ระหว่างหกโมงเย็นถึงสามทุ่ม) ก็สามารถเข้าชมได้ฟรี หรือถ้าอายุระหว่าง 14-25 ปี ก็สามารถเข้าชม AGO ได้วันไหนก็ได้ตั้งแต่สามทุ่มเป็นต้นไป

Ontario Science Centre

ชาวโตรอนโตส่วนมากรู้กันว่าที่นี่เป็นสถานที่ที่โรงเรียนมักจัดให้เป็นที่สำหรับทัศนศึกษา ศูนย์นี้ตั้งอยู่ที่ North East Ontario (Don Mills ใน North York) และมีจัดหลากหลายโชว์ งานจัดแสดง เครื่องไม้เครื่องมือแปลกๆ และมีข้อมูลให้เยอะมากจนล้นเลยล่ะ

CN Tower

อะไรดีที่ที่สุดต้องเก็บไว้หลังสุด แลนด์มาร์กแห่งนี้คือจุดที่แสดงบทบาทของโตรอนโตในระดับนานาชาติ ไม่ว่าจะอยู่ที่ส่วนไหนของเมืองก็จะสามารถมองเห็นอาคาร CN Tower แห่งนี้ได้เสมอ

มีหลายทัวร์ที่จะพาน้องๆ ขึ้นไปยังจุดที่สูงที่สุดของอาคารนี้ เมื่อขึ้นไปแล้ว น้องๆ ก็สามารถเดินบนพื้นแก้วแล้วมองลงมายังตึกรามบ้านช่องที่อยู่ด้านล่างได้ นอกจากนี้แล้วยังมีร้านอาหารชื่อดังที่มีวิว 360 องศาจากชั้นบนสุด

ไม่เพียงเท่านั้น น้องๆ ยังสามารถเดินบนพื้นที่ด้านนอกอาคาร CN Tower (เรียกว่า Edge Walk) ถึงจะฟังดูบ้าบิ่น แต่ความจริงแล้วก็สนุกกว่าที่คิด

✔️  IDP ช่วยดำเนินการทุกขั้นตอนเรียนต่อต่างประเทศ

✔️  IDP มีผู้เชี่ยวชาญด้านการให้คำแนะนำเรียนต่อต่างประเทศ

✔️  IDP ส่งนักเรียนไปศึกษาต่อกว่า 450,000 คน ทั่วโลก

✔️  IDP ได้รับความไว้วางใจจากนักศึกษาทั่วโลกและเปิดให้บริการมากกว่า 50 ปี

✔️  IDP คือผู้นำด้านการเรียนต่อที่มีสาขาใหญ่ที่สุดในโลก

เรียนต่อแคนาดากับ IDP

บทความน่าสนใจ

โปรดเลือกระดับการศึกษา

ใส่คำค้นหา เลือกจากรายการหรือกดค้นหา

  • เริ่มค้นหาตอนนี้ เลือกจากรายชื่อหรือกดค้นหา

  • ใส่คำค้นหา เลือกจากรายการหรือกดค้นหา

โปรดพิมพ์ และเลือกสถาบัน

  • พิมพ์ตัวอักษร 3 ตัวของชื่อมหาวิทยาลัย และเลือกจากลิสต์

  • กรอกชื่อมหาวิทยาลัย หรือโรงเรียน และเลือกจากลิสต์