Published: 30th June 2026
สหราชอาณาจักร (United Kingdom: UK) เป็นหนึ่งในจุดหมายยอดนิยมของการเรียนต่อต่างประเทศ โดยมีนักศึกษานานาชาติมากกว่า 732,000 คนในแต่ละปี
ระบบการศึกษาของอังกฤษได้รับการยอมรับทั่วโลกในด้านคุณภาพ ความเข้มข้น และความเก่าแก่ทางประวัติศาสตร์ เปิดสอนหลักสูตรระดับปริญญาตรี (Bachelor’s Degree) มากกว่า 50,000 หลักสูตร ครอบคลุมแทบทุกสาขาที่คุณสนใจ ไม่ว่าจะเป็นวิทยาศาสตร์ ธุรกิจ ศิลปศาสตร์ หรือวิศวกรรมศาสตร์ ช่วยเปิดทางสู่เส้นทางอาชีพในฝัน หรือการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น
UK ประเทศอังกฤษมีมหาวิทยาลัยมากกว่า 160 แห่ง ตั้งอยู่ในเมืองนักศึกษาที่มีชีวิตชีวาทั่วประเทศ โดยมี 17 สถาบันติดอันดับ Top 100 ของ QS World University Rankings 2025 และในจำนวนนั้น 12 แห่งอยู่ใน Top 20 ของโลก
การเลือกเรียนต่อปริญญาตรีที่อังกฤษเป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่คุ้มค่าสำหรับอนาคตของนักเรียนไทย เพราะไม่เพียงแต่ช่วยยกระดับการศึกษา แต่ยังต่อยอดเส้นทางอาชีพและการเติบโตส่วนบุคคลในระยะยาว
ต่อไปนี้คือ 4 เหตุผลสำคัญที่ทำให้การเรียนปริญญาตรี อินเตอร์ใน UK ประเทศอังกฤษ น่าสนใจ:
ระบบการศึกษาของอังกฤษมีชื่อเสียงด้านการส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ (critical thinking) การเรียนแบบอิสระ (independent study) และการสอนที่อิงงานวิจัย (research-led teaching) UK ประเทศอังกฤษเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยระดับโลก เช่น Oxford, Cambridge, Imperial College London และ University College London (UCL)
วุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยเหล่านี้สะท้อนถึงคุณภาพ มาตรฐานที่เข้มงวด และความเป็นเลิศ ซึ่งได้รับการยอมรับจากนายจ้างและสถาบันการศึกษาทั่วโลก
โดยทั่วไป ปริญญาตรี อังกฤษ เรียนกี่ปี? คำตอบคือส่วนใหญ่ใช้เวลาเพียง 3 ปี (ยกเว้นสกอตแลนด์)
โครงสร้างหลักสูตรที่กระชับและเข้มข้นนี้ช่วยให้คุณเข้าสู่ตลาดงานหรือเรียนต่อได้เร็วกว่าในหลายประเทศ ทำให้ประวัติการศึกษาของคุณโดดเด่นกว่า อีกทั้งยังช่วยลดค่าใช้จ่ายทั้งค่าเล่าเรียนและค่าครองชีพระหว่างเรียน
UK อังกฤษ เป็นประเทศที่มีความหลากหลายทั้งวัฒนธรรม ภาษา และศาสนา รวมถึงมีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สร้างโอกาสในการเรียนรู้นอกห้องเรียนอย่างไม่รู้จบ
มหาวิทยาลัยมีชมรมและสมาคมนักศึกษาจำนวนมาก ทำให้ชีวิตนักศึกษาคึกคักและเปิดโอกาสให้คุณได้เรียนร่วมกับเพื่อนจากทั่วโลก เมืองนักศึกษายอดนิยมยังมีอาหารและกิจกรรมทางวัฒนธรรมหลากหลาย รวมถึงร้านอาหารเอเชียหรือไทยที่ช่วยให้คุณไม่รู้สึกห่างไกลจากบ้าน
UK ประเทศอังกฤษ มีวีซ่าทำงานหลังเรียนจบที่เรียกว่า Graduate Route ซึ่งอนุญาตให้ผู้จบปริญญาตรีอยู่ต่อได้ 2 ปี (และ 3 ปีสำหรับผู้จบ PhD) เพื่อทำงานหรือหางานได้ในทุกสาขา โดยไม่ต้องมีสปอนเซอร์จากนายจ้าง
Graduate Route ช่วยให้คุณมีเวลาสะสมประสบการณ์ทำงานระดับนานาชาติ และสำรวจเส้นทางอาชีพระยะยาวได้อย่างมั่นใจ
หลักสูตรปริญญาตรีที่ดีที่สุดใน UK มักอยู่ในมหาวิทยาลัยที่ติดอันดับโลกอย่างต่อเนื่อง การเลือกสถาบันจึงควรพิจารณาทั้งชื่อเสียงและความเหมาะสมกับสาขาที่คุณสนใจ
ต่อไปนี้คือ 5 มหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศอังกฤษ ตาม QS World University Rankings 2026:
Imperial College London เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดสำหรับการเรียนปริญญาตรีในประเทศอังกฤษ โดยเน้นเฉพาะสาขา Science, Engineering, Medicine และ Business โดดเด่นด้านนวัตกรรมและงานวิจัยระดับโลก เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจสาย STEM อย่างจริงจัง
มหาวิทยาลัยที่เก่าแก่และทรงเกียรติที่สุดแห่งหนึ่งของโลก Oxford ได้รับการยอมรับว่าเป็นจุดหมายปลายทางยอดเยี่ยมสำหรับการเรียนปริญญาตรีในอังกฤษ หลักสูตรเน้นการวิเคราะห์เชิงลึก โดยบัณฑิตมีความโดดเด่นในหลายสาขา โดยเฉพาะ Humanities, Social Sciences และ Medicine
Cambridge อยู่ในอันดับต้น ๆ ของโลกเช่นเดียวกับ Oxford มีระบบคอลเลจแบบดั้งเดิมที่ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางความคิดและชีวิตนักศึกษาแบบพักอาศัยในมหาวิทยาลัย สาขาเด่น ได้แก่ Sciences, Mathematics และ Arts
UCL ได้รับการยอมรับว่าเป็นมหาวิทยาลัยระดับโลกของลอนดอน มีอันดับหลักสูตรดีสม่ำเสมอและมีบทบาทสำคัญในงานวิจัยและชีวิตเมือง โดดเด่นในสาขา Architecture, Education และ Engineering พร้อมมุ่งเน้นการวิจัยที่สร้างผลกระทบเชิงสังคม
King’s College London มอบประสบการณ์เรียนปริญญาตรีในเมืองใหญ่แบบคอสโมโพลิแทน ผ่าน 5 แคมปัสใจกลางลอนดอน โดดเด่นในสาขา Law, Dentistry, Medicine และ Social Sciences และถือเป็นมหาวิทยาลัยที่นายจ้างใน UK ให้การยอมรับสูง
การเลือกเมืองเรียนมีความสำคัญพอ ๆ กับการเลือกมหาวิทยาลัย เมืองยอดนิยมสำหรับนักศึกษานานาชาติ ได้แก่:
ลอนดอน เมืองหลวงที่มีชีวิตชีวาและเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ
แมนเชสเตอร์ เมืองวัฒนธรรมและอุตสาหกรรมที่มีชื่อเสียงด้านดนตรีและค่าครองชีพที่เข้าถึงได้
เอดินเบอระ เมืองหลวงของสกอตแลนด์ที่งดงามและมีประวัติศาสตร์ยาวนาน
กลาสโกว์ เมืองเป็นมิตรที่โดดเด่นด้านศิลปะและวัฒนธรรม
แต่ละเมืองมอบประสบการณ์ชีวิตนักศึกษาที่แตกต่าง และมีโอกาสทางอาชีพหลังเรียนจบที่หลากหลาย
การสมัครเรียนปริญญาตรีที่อังกฤษสำหรับนักเรียนไทยต้องมีการวางแผนอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะเรื่องเอกสารและระยะเวลาในการสมัคร ซึ่ง IDP สามารถให้คำแนะนำและช่วยเหลือคุณได้ตลอดกระบวนการ
นักศึกษานานาชาติต้องแสดงผลความสามารถภาษาอังกฤษ โดยมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่รับผลสอบดังนี้:
IELTS Academic
TOEFL iBT
Pearson PTE Academic
Cambridge English (CAE หรือ CPE)
คะแนนขั้นต่ำจะแตกต่างกันไปตามสถาบันและสาขา ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากมหาวิทยาลัยที่คุณสนใจเสมอ ผู้สมัครบางรายอาจได้รับการยกเว้น หากเคยเรียนหลักสูตรที่สอนเป็นภาษาอังกฤษ หรือมีวุฒิสากลที่ได้รับการยอมรับ เช่น A-Levels หรือ IB หากจำเป็นต้องใช้ผลสอบ สามารถจองสอบ IELTS กับ IDP ได้ทันที
นักเรียนไทยที่สมัครปริญญาตรีในประเทศอังกฤษมักต้องเตรียมเอกสารดังนี้:
ใบแสดงผลการเรียน หรือวุฒิก่อนหน้า (เช่น A-Levels, IB, High School Diploma)
หลักฐานผลภาษาอังกฤษ
สำเนาพาสปอร์ตที่ยังไม่หมดอายุ
Personal Statement อธิบายแรงจูงใจและเป้าหมาย
จดหมายรับรอง (ถ้ามหาวิทยาลัยกำหนด)
มหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษมักมีรอบรับสมัครหลัก 3 รอบ ได้แก่ มกราคม มีนาคม และกันยายน (ควรตรวจสอบกำหนดการของแต่ละสถาบัน) การสมัครปริญญาตรีในประเทศอังกฤษ ทำผ่านระบบ UCAS เป็นหลัก โดยสามารถส่งใบสมัครได้เมื่อระบบเปิด แต่ควรตรวจสอบเดดไลน์ของหลักสูตรที่เลือก ก่อนสมัครผ่าน UCAS ควร:
ศึกษาและคัดเลือกหลักสูตรปริญญาตรีที่ตรงกับเป้าหมาย
ตรวจสอบคุณสมบัติเฉพาะของมหาวิทยาลัย
เตรียมเอกสารและเขียน Personal Statement
ส่งใบสมัครผ่าน UCAS (โดยทั่วไป ก.ย.–ม.ค. และ Oxford/Cambridge หรือ Medicine มักปิดรับเร็วกว่า)
หลังจากได้รับ offer แล้ว คุณจะเลือก Firm และ Insurance choice หากยังไม่ได้ offer ที่พอใจ สามารถใช้ UCAS Clearing ได้ เมื่อยืนยัน offer แล้ว จึงเริ่มขั้นตอนทำวีซ่าและหาที่พัก
ค่าเรียนปริญญาตรีในประเทศอังกฤษ จะแตกต่างกันไปตามมหาวิทยาลัยและสาขาวิชา (โดยเฉพาะหลักสูตรที่ต้องใช้ห้องปฏิบัติการมักมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า)
โดยทั่วไป ค่าเล่าเรียนสำหรับนักศึกษานานาชาติจะอยู่ที่ประมาณ £10,000 ถึง £38,000 ต่อปี
สำหรับมหาวิทยาลัยอันดับสูงอย่าง Imperial College London หรือ University of Oxford หรือหลักสูตรเฉพาะทาง เช่น Medicine และ Engineering ค่าเล่าเรียนอาจอยู่ในช่วงบนของสเกลนี้
แม้ว่าการวางแผนเรียนต่อปริญญาตรีที่อังกฤษจะต้องเตรียมงบประมาณล่วงหน้า แต่ก็มีทุนและตัวเลือกสนับสนุนทางการเงินจำนวนมากให้เลือก
ทุนรัฐบาลสหราชอาณาจักร
รัฐบาล UK มีโครงการทุนเพื่อดึงดูดนักศึกษานานาชาติที่มีศักยภาพสูง เช่น British Chevening Scholarships (แม้จะเน้นระดับบัณฑิตศึกษาเป็นหลัก แต่ก็ควรพิจารณาในแผนการเรียนระยะยาว)
ทุนจากมหาวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่มีทุนหรือ bursaries สำหรับนักศึกษานานาชาติที่มีผลการเรียนดี ทุนเหล่านี้อาจพิจารณาจากผลการเรียน (merit-based) หรือเฉพาะสาขาวิชา
ทุนจากแหล่งภายนอก
เช่น ทุนรัฐบาลไทย องค์กรเอกชน มูลนิธิ หรือองค์กรต่าง ๆ ที่สนับสนุนการศึกษาต่อต่างประเทศ
คุณสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับทุนเรียนต่อที่อังกฤษได้จากหน้าทุนการศึกษา และคู่มือทุนที่จัดเตรียมไว้โดยละเอียด
หากต้องการเรียนต่อปริญญาตรีที่อังกฤษ คุณจะต้องยื่นขอ (เดิมเรียกว่า Tier 4 (General)) เงื่อนไขหลักในการยื่นวีซ่า ได้แก่:
ได้รับ Confirmation of Acceptance for Studies (CAS) จากมหาวิทยาลัยใน UK
มีหลักฐานทางการเงินเพียงพอสำหรับค่าเล่าเรียนและค่าครองชีพ
ผ่านเกณฑ์ภาษาอังกฤษตามที่กำหนด
โดยทั่วไปควรเริ่มขั้นตอนยื่นวีซ่าหลายเดือนก่อนวันเปิดภาคเรียน
Student visa เปิดโอกาสให้นักศึกษาต่างชาติสามารถ:
ทำงานได้สูงสุด 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ในช่วงเปิดภาคเรียน
ทำงานเต็มเวลาได้ในช่วงปิดภาคเรียนตามกำหนด
อย่างไรก็ตาม ผู้ถือวีซ่านี้ไม่สามารถประกอบอาชีพอิสระ (self-employed) หรือรับตำแหน่งงานประจำเต็มเวลาแบบถาวรได้ สิทธิการทำงานระหว่างเรียนนี้ช่วยให้นักศึกษาสามารถบริหารค่าใช้จ่าย และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ทำงานในประเทศอังกฤษตั้งแต่ยังเรียนอยู่
วีซ่า Graduate Route เปิดโอกาสให้ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสามารถพำนักอยู่ในประเทศอังกฤษต่อได้อีก 2 ปี เพื่อทำงานหรือหางาน โดยไม่ต้องมีนายจ้างสปอนเซอร์
วีซ่านี้อนุญาตให้ทำงานได้ทุกสายงาน ทุกระดับทักษะ ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญในการ:
สะสมประสบการณ์ทำงานระดับนานาชาติ
สมัครเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น
หาตำแหน่งงานระยะยาวที่อาจสนับสนุน Skilled Worker visa
สำหรับผู้ที่มีแผนทำงานระยะยาวในประเทศอังกฤษหรือย้ายถิ่นฐานในอนาคต Graduate Route ถือเป็นก้าวสำคัญเชิงกลยุทธ์
เราพร้อมให้คำปรึกษาเพื่อช่วยคุณวางแผนเส้นทางเรียนและอาชีพอย่างเหมาะสม
ปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษได้รับการยอมรับทั่วโลก เนื่องจากมีมาตรฐานทางวิชาการสูง และมีระบบประกันคุณภาพการศึกษาที่ชัดเจน ช่วยเพิ่มความได้เปรียบในตลาดแรงงานระดับนานาชาติ
ค่าเล่าเรียนระดับปริญญาตรีในประเทศอังกฤษโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ £10,000 ถึง £38,000 ต่อปี ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัยและสาขาวิชา หลักสูตรเฉพาะทาง เช่น แพทยศาสตร์ (Medicine) หรือวิศวกรรมศาสตร์ (Engineering) มักมีค่าเล่าเรียนสูงกว่า โดยแพทยศาสตร์อาจอยู่ที่ประมาณ £20,000–£50,000 ต่อปี และวิศวกรรมศาสตร์ประมาณ £15,000–£35,000 ต่อปี ตัวเลขเหล่านี้ยังไม่รวมค่าครองชีพในประเทศอังกฤษ ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามเมืองที่คุณเลือกเรียน
ได้ นักศึกษานานาชาติที่ถือ Student visa อย่างถูกต้องสามารถทำงานได้สูงสุด 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในช่วงเปิดภาคเรียน และทำงานเต็มเวลาในช่วงปิดภาคเรียนตามกำหนดของมหาวิทยาลัย การทำงานระหว่างเรียนช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย และยังเป็นโอกาสดีในการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษและสร้างประสบการณ์ทำงานในต่างประเทศ
มีแน่นอน มหาวิทยาลัยทุกแห่งในประเทศอังกฤษมีหน่วยงานดูแลนักศึกษาต่างชาติ (International Student Office) โดยเฉพาะ ซึ่งให้การสนับสนุนครอบคลุมทั้ง:
โปรแกรมปฐมนิเทศ (orientation)
คำแนะนำด้านสวัสดิการและการปรับตัว
เวิร์กช็อปพัฒนาทักษะการเรียน
บริการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพและความเป็นอยู่
บริการเหล่านี้รองรับนักศึกษาทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นปริญญาตรี โท หรือเอก เพื่อช่วยให้คุณประสบความสำเร็จทั้งด้านการเรียนและชีวิตในประเทศอังกฤษ