text.skipToContent text.skipToNavigation
ติดต่อ IDP 02-638-3111 หรือ Line: @idpthailand
IDP เชียงใหม่ 053-217-552 หรือ Line: @idpchiangmai

เรียนต่อที่กลาสโกว์

คู่มือการใช้ชีวิตสำหรับนักเรียนในกลาสโกว์

กลาสโกว์เป็นเมืองหลากวัฒนธรรมที่มีสีสัน ประวัติศาสตร์ยาวนาน และยังเป็นจุดหมายของนักเรียนต่างชาติกว่าสองหมื่นคน

ที่นี่เป็นเมืองที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติสูง มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งยังขึ้นชื่อด้านความเป็นมิตรและความกระตือรือร้นพร้อมต้อนรับคนใหม่ๆ มากจนเกิดเป็นคำกล่าว ‘People Make Glasgow’ ในปี 2013 ที่ก็ยังเป็นจริงมาตลอดจนถึงตอนนี้

ในฐานะเมืองที่ใหญ่ที่สุดในสกอตแลนด์ และเป็นเมืองแรกที่จะต้องผ่านก่อนจะไปยังสถานที่อื่นๆ ในประเทศ กลาสโกว์ก็เป็นเมืองที่มีอะไรให้ทำอยู่เสมอ ตั้งแต่พิพิธภัณฑ์ แกลเลอรี่จัดแสดงภาพ สถานที่จัดงานดนตรี แหล่งอาหารนานาชาติ ปฏิทินกิจกรรม สถาปัตยกรรมน่าตื่นตาตื่นใจ ไปจนถึงสวนสวย น้องๆ จะมีตัวเลือกให้เลือกอย่างไม่หวาดไม่ไหวเลยทีเดียว

เอาล่ะ ยินดีต้อนรับสู่กลาสโกว์ น้องๆ จะปรับตัวกับการอยู่ที่นี่ได้อย่างง่ายดายแน่นอน

ไปดู ไปทำ ไปกินอะไรดีแถวมหาลัยในกลาสโกว์

น้องๆ เพิ่งจะได้เริ่มเข้าเรียนมหาวิทยาลัยในกลาสโกว์ แล้วก็คงจะรู้สึกตื่นเต้นอยากจะไปเห็นทุกซอกทุกมุมของเมืองแล้วใช่ไหม ขอบอกเลยว่าที่กลาสโกว์ ไม่ได้มีดีเฉพาะเรื่องการเรียน แต่ยังมีกิจกรรมและสิ่งต่างๆ ให้ชมเต็มไปหมดเลยล่ะ

เมื่อไหร่ที่น้องๆ มีเวลาว่างแล้วอยากจะออกไปนอกบริเวณมหาลัยบ้าง น้องๆ ก็จะมีอะไรให้ทำเสมอแน่นอน

พักดื่มกาแฟ

สำหรับตอนที่ไม่อยากอ่านหนังสือ หรืออยากได้สถานที่นัดพบเพื่อนหรือจุดอ่านหนังสือแหงใหม่

Perch and Rest

ร้านกาแฟเจ้าดังร้านนี้ตั้งอยู่บนถนน Otago  Street ในแถบ Kelvinbridge แถว West End

ที่นี่มีกาแฟที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในกาแฟที่รสชาติดีที่สุดในโลก และสำหรับใครที่ท้องหิว ก็ยังมีขายอาหารเอเชียแบบฟิวชั่นอีกด้วย ร้าน Peach and Rest เปิดตั้งแต่แปดโมงเช้าถึงสองทุ่ม จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ร้านนี้เป็นร้านยอดฮิตสำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยกลาสโกว์

Offshore

เป็นอีกร้านที่เป็นที่รู้จักเพราะความที่อยู่ใกล้แสนใกล้กับมหาวิทยาลัยกลาสโกว์ Offshore ถือเป็นร้านกาแฟที่เหมาะสำหรับนักเรียนนักศึกษามากๆ แห่งหนึ่ง

ด้วยการตกแต่งแปลกตา ฟรีไวไฟ และปลั๊กไฟที่มีอยู่ทั่วร้าน ทำให้เหล่านักเรียนที่มาใช้บริการมีจำนวนมากจนน้องๆ อาจจะบังเอิญเจอคนรู้จักที่นั่นเลยก็ได้

Tinderbox

ร้านกาแฟเต็มรูปแบบร้านแรกที่มาเปิดในกลาสโกว์ ตอนนี้ Tinderbox ก็สามารถขยายกิจการ เปิดร้านสาขาหลายร้านตั้งอยู่ทั่วตัวเมือง

โดยเฉพาะร้านสาขา Merchant City ที่อยู่ใกล้กับ Strathclyde University ที่มีเครื่องดื่มร้อนๆ กับแซนด์วิชอร่อยๆ ขายตลอดช่วงเวลาตั้งแต่ตอนเปิดร้านเจ็ดโมงสิบห้านาทีไปจนถึงสี่ทุ่ม

Spitfire

ร้านนี้ก็ตั้งอยู่ใกล้กับ Strathcyde University อีกเช่นเดียวกัน โดย Spitfire จะมีบรรยากาศเป็นมิตรของร้านกาแฟอิสระ ที่พร้อมเสิร์ฟอาหารชุดเบรคฟาสต์ให้ตลอดวัน รวมไปถึงแซนด์วิชและเค้กต่างๆ อีกด้วย

ที่นี่มีที่นั่งมากมาย ทั้งยังมีไวไฟฟรีให้ใช้บริการ น้องๆ ก็สามารถจะมานั่งฟังเพลงเพราะๆ คลอไประหว่างนั่งเล่นได้จนถึงเวลาปิดร้าน

ร้านอาหารราคาสบายกระเป๋า

ทานอาหารนอกบ้านได้ในราคาไม่ถึง 5 ปอนด์ก็ยังได้ น้องๆ สามารถแวะไปที่ร้านเหล่านี้ได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะเกินงบเลย

Sprigg

ลืมทานข้าวเช้าแล้วต้องรีบไปเข้าเรียน? แวะไปที่ร้าน Sprigg ตรงถนน Ingram Street แล้วซื้อมื้อเช้าได้ในราคา 2 ปอนด์ หรือถ้าอยากจะรักสุขภาพมากหน่อย ก็ซื้อสลัดถ้วยเล็กราคา 4 ปอนด์ก็ได้

ที่ร้านนี้มีการเปลี่ยนวัตถุดิบให้ลูกค้าเลือกทานเองได้ทุกวัน เพราะฉะนั้นก็รับประกันได้ว่าน้องๆ จะไม่เบื่ออาหารของร้านอย่างแน่นอน

Mozza

พิซซ่าราคา 5 ปอนด์ในช่วงก่อน 5 โมงเย็น! ยังจะมีอะไรดีกว่านี้ได้อีก? น้องๆ สามารถทานพิซซ่า Neopolitan ได้ที่ใจกลางเมืองกลาสโกว์ ซึ่งใช้เวลาเดินแค่ 10 นาทีจาก Strathclyde University เท่านั้น

ที่นี่มีตัวเลือกสำหรับคนทานมังสวิรัต วีแกน และคนรักเนื้อ เรียกได้ว่าทุกคนสามารถเลือกทานตามใจชอบกันได้หมด (คำแนะนำพิเศษสำหรับใครที่ชอบทานเนื้อสัตว์: ลองสั่งเมนูเบอร์ 5 หรือ 12 ดู)

Topolabamba

ทาโก้ราคา 1 ปอนด์ช่วง 4 โมงถึง 6 โมงเย็นตั้งแต่วันจันทร์ถึงศุกร์ ซึ่งก็มีตัวเลือกชวนน้ำลายสอมากมายอย่างเช่น Carne Asda (เนื้อย่าง), Chicken Tinga (ไก่ฉีก) และ Char Roasted Vegetable ผักย่างถ่าน

หรือถ้าเลือกไม่ได้ ก็สั่งมาลองให้หมดไปเลย! ราคาคุ้มสุดๆ ขนาดนี้แล้ว

Piece

ถ้าชอบแซนด์วิชสไตล์ดั้งเดิม ก็ต้องไปที่ร้านที่ดีที่สุดในกลาสโกว์อย่าง Pierce (ชื่อร้านเป็นคำสแลงท้อนถิ่นที่ใช้เรียกแซนด์วิช) ซึ่งมีสาขาทั้งที่ใจกลางเมือง และที่ West End จะซื้อแบบกลับบ้านก็ได้ หรือจะนั่งทานที่ร้านก็ไม่มีปัญหา แซนด์วิชส่วนใหญ่ของที่นี่มักจะราคาไม่เกิน 5 ปอนด์

หรือจะลองเมนูซิกเนเจอร์ของร้านอย่าง Cubano หรือ Pastrami Special ก็ยิ่งดี

The University Café

ตระกูลชาวกลาสโกว์เก่าแก่อย่างครอบครัว Verrecchia ได้ขายอาหารให้กับลูกค้าแถวมหาวิทยาลัยกลาสโกว์มาตั้งแต่ปี 1918 ซึ่งก็เป็นเวลากว่า 100 ปีแล้ว ถ้าใครชื่นชอบอาหารรสชาติสไตล์รสมือแม่ก็สามารถแวะมาที่คาเฟ่นี้ได้

และหากใครมาแล้ว ที่พลาดไม่ได้เลยก็คือ ไอศครีมโฮมเมด ที่ขึ้นชื่อมากๆ ของที่นี่

Hillhead Bookclub

อาหารอร่อยในราคาเป็นมิตร ร้าน Hillhead Bookclub มีโปรโมชั่นพิเศษประจำวันตลอดทั้งอาทิตย์ เช่น แมคแอนด์ชีสในราคาซื้อ 2 จ่าย 1 แซนด์วิชขนมปังปิ้งชีสกับซุปในราคา 5 ปอนด์ หรือแกงสองถ้วยในราคา 10 ปอนด์

ไม่เพียงเท่านั้น ที่ร้านก็ยังจัดอีเวนต์ประจำเดือนต่างๆ อยู่ตลอด ถ้าใครที่แวะไปแถว West End บ่อยๆ ก็ลองไปชมกันดู

ด้านวัฒนธรรมของกลาสโกว์

Glasgow University Cloisters

ระเบียงทางเดินของมหาวิทยาลัยกลาสโกลว์เป็นภาพที่น่าจะเคยเห็นกันบ่อยในหนังหรือซีรีส์ อย่างเช่นในเรื่อง Outlander หรือ Harry Potter ซึ่งทางเดินนี้จะยิ่งสวยเป็นพิเศษในตอนกลางคืนที่เปิดไฟสว่างไสว

ทางมหาวิทยาลัยก็มีจัดทัวร์นำชมบรรยากาศด้วย สำหรับใครที่เข้าชมก็จะได้ทั้งชมสถาปัตยกรรม และได้โอกาสเรียนรู้ประวัติศาสตร์กว่า 550 ปีของมหาวิทยาลัยไปพร้อมๆ กัน

Kelvingrove Art Gallery, Museum and Park

น้องๆ สามารถใช้เวลาตลอดทั้งวันไปกับการเดินเที่ยวในสถานที่สำคัญของกลาสโกว์แห่งนี้ ในพิพิธภัณฑ์มีจัดแสดงสิ่งของมากกว่าแปดพันชิ้น ซึ่งก็มีทั้งสัตว์ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ อียิปต์โบราณ เครื่องบินรบสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และภาพวาด Christ of Saint John of the Cross โดย Salvador Dali ที่นี่มีทุกอย่างที่สามารถรองรับความสนใจของทุกๆ คนได้ทั้งหมด

หลังจากเดินชมพิพิธภัณฑ์จนเต็มที่แล้ว ก็ออกมาเดินเตร่ด้านนอกที่เป็นสวนสาธารณะต่อได้ โดยสวนนี้มีพื้นที่กว่า 85 เอเคอร์ ใครที่อยากเดินก็อาจจะต้องใช้เวลานานซักหน่อย

Gallery of Modern Art

สำหรับคนที่ชอบศิลปะร่วมสมัย ก็ต้องไปที่ Gallery of Modern Art ที่จัตุรัส Royal Exchange เลย

ที่นั่น น้องๆ จะพบกันการจัดแสดงที่แบ่งออกเป็น 4 ส่วน นอกจากนี้แล้วยังมีส่วนที่เป็นห้องสมุดที่ก็สามารถมาเปลี่ยนบรรยากาศการอ่านหนังสือที่นี่ก็ได้ด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ รูปปั้นของดยุคแห่งเวลลิงตันก็ตั้งอยู่ที่แกลเลอรี่นี้พร้อมกับโคนจราจรครอบบนศีรษะด้วย ทำไมน่ะเหรอ? เพราะที่นี่คือกลาสโกว์ไงล่ะ

The Lighthouse

อยากชมวิวเมือง? มาที่ The Lighthouse ได้เลย

อาคารนี้ดีไซน์โดย Charles Rennie Mackintosh โดยผู้ที่เข้าไปเที่ยวชมทุกคนก็จะได้เห็นวิวของทั้งเมืองแบบ 360 องศาได้จากแท่นชมวิว ซึ่งสามารถขึ้นไปได้ทางบันไดเวียน

Riverside Museum และ Tall Ship

เรียนรู้ประวัติศาสตร์การสร้างเรือที่กลาสโกว์ เดินเที่ยวรอบถนนกลาสโกว์ นั่งเล่นในขบวนรถไฟใต้ดินเก่า ขึ้นรถไฟ ScotRail แล้วไปชมรถยนต์มากมายที่มีจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ที่มีรางวัลรับประกันแห่งนี้ใน Partick

เคยอยากเข้าไปดูเรือใบสมัยก่อน ที่เคยล่องรอบโลกไปแล้ว 4 ครั้งไหม? เรือลำนี้เทียบท่าอยู่ติดกับพิพิธภัณฑ์ Riverside เลย น้องๆ จะสามารถเข้าไปชมในเรือ The Tall Ship ที่สร้างในปี 1896 และปัจจุบันก็กลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์และสถานที่จัดอีเวนต์บนน้ำ

Glasgow Murals

กลาสโกว์เป็นแหล่งของเหล่าศิลปินสตรีทอาร์ทที่มีความสามารถแห่งหนึ่ง ศิลปินเหล่านี้ได้ช่วยแต่งแต้มสีสันให้กับบริเวณ City Centre และ West End มาแล้วหลายปี ตั้งแต่ภาพแท็กซี่ลอยได้และสัตว์ป่าของสกอตแลนด์ ไปจนถึงจิตรกรรมฝาผนังภาพ Billy Connolly และภาพโดย Banksy ของแท้ น้องๆ สามารถดูจากแผนที่พิเศษสำหรับบอกตำแหน่งของภาพฝาผนังต่างๆ ทั่วกลาสโกว์ได้

ตะลุยกินรอบกลาสโกว์แบบ ‘Sub-crawl’

นี่เป็นสิ่งที่เหล่านักเรียนในกลาสโกว์จะไม่ทำไม่ได้เลย การ sub-crawl ที่ถึงจะไม่เหมาะสำหรับคนจิตอ่อน แต่ก็เป็นวิธีที่ดีที่จะสำรวจเมืองและผูกมิตรสร้างเพื่อนใหม่ไปตลอดทาง โดยเฉพาะในช่วงปีแรกของน้องๆ

Sub-crawl ก็คือการซื้อตั๋วรถไฟใต้ดิน (หรือ subway) แบบเหมาหนึ่งวัน และแวะที่ร้านอาหารที่ร้านตลอดทาง ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 15 ร้าน ปกติแล้วการ sub-crawl แบบดั้งเดิมจะเป็นการไปแวะที่ผับต่างๆ แต่ถ้านั่นไม่ใช่แนวทางสำหรับน้องๆ ก็มาลอง sub-crawl ร้านอาหารแบบนี้แทนก็ได้เหมือนกัน

1. St Enoch’s

เริ่มกันที่ใจกลางเมือง ร้านที่อยู่ในสถานีที่สุดก็คือ Lazord Syrian Street Food รองท้องด้วย Shawarma อาหารบาห์เรนที่ทำจากเนื้อสัตว์และผักห่อด้วยแผ่นแป้ง สำหรับใครที่กลัวจะอิ่มเร็วก็ซื้อมาแบ่งทานกับเพื่อนๆ ก็ได้

2. West Street

แถบนี้ไม่ค่อยมีร้านอาหารอยู่เยอะเท่าไหร่ แต่ก็มีร้าน The Village Curry House ที่อยู่ห่างจากสถานีไป 10 นาที ลองสั่งเมนู Zaikadar Grill มาแชร์กันในกลุ่ม หรือถ้าอยากได้อะไรที่หนักท้องมากขึ้น Bombay Chicken Biryani หรือ Lahore Karahi ก็เป็นอีกสองเมนูที่แนะนำ

3. Shields Road

ร้าน Fish Peoples Cafe ที่อยู่ติดกับสถานีมีอาหารทะเลสกอตแลนด์คุณภาพเยี่ยม สำหรับใครที่อยากจัดเต็ม ก็ลอง Cumbrae Rock Oysters หรือ Campsie Glen Smoked Salmon จากเมนูอาหารเรียกได้

4. Kinning Park

เมื่อมาถึงตรงนี้ ก็อาจจะเริ่มรู้สึกแล้วว่าคิดผิดที่มา sub-crawl ร้านอาหาร แต่ปัญหานี้ก็แก้ง่ายๆ ได้ด้วย of The Good Coffee Cartel ร้านคั่วกาแฟและคาเฟ่เล็กๆ ที่ห่างออกไปแค่ 2 นาทีเท่านั้น สั่งเอสเพรสโซ หรือไม่ก็ลาเต้มาดื่มซักแก้ว แล้วออกเดินทางต่อ

5. Cessnock

ที่นี่คือย่านที่มีร้านอาหารตะวันออกกลางรวมตัวอยู่หลายร้าน มุ่งหน้าไปยัง Beirut Star เพื่อทานอาหารเลบานอนแท้ๆ รสชาติต้นตำรับ หรือ Mezze Platter เมซซ่าที่มาพร้อมขนมปัง flatbread เมนูยอดฮิตที่จะไม่ทำให้อิ่มจนเกินไป

6. Ibrox

เรียกได้ว่ายังมาไม่ถึงสกอตแลนด์ ถ้าไม่ได้ลองของขึ้นชื่อประจำท้องถิ่นอย่าง ไส้กรอกหั่นบน Morton’s roll กรอบๆ ซึ่งร้านแนะนำเลยก็คือ Good Times Roll ที่ก่อตั้งโดย influencer ชาวกลาสโกว์ ForeverYoursBetty ร่วมกันกับ Steve เพราะฉะนั้น รับรองเลยว่าน้องๆ จะได้มุมสวยๆ สำหรับถ่ายรูปลงอินสตาแกรมอย่างแน่นอน

7. Kelvinhall

บริเวณนี้เป็นจุดศูนย์กลางของคาเฟ่ต์และร้านอาหารเอเชียประจำเมือง มองหาของว่างรองท้องอยู่เหรอ? ไปที่ Taiwan Chicken Shop ใกล้ๆ สถานีได้เลย ที่นั่นมีไก่กรอบๆ ทอดใหม่ๆ ตามออร์เดอร์ หอมกลิ่นเครื่องเทศหลากหลายชนิด

ลองแซนด์วิชซาลาเปาไส้บุลโกกิของ Kimchi Cult หรือถ้าอยากทานเกี๊ยว ก็ไปที่ Dumpling Monkey ติ่มซำของที่นี่ถือว่าอร่อยที่สุดในย่านนี้แล้ว

ถ้าชอบของหวาน ก็แวะร้าน  Bing Soul สำหรับ bubble waffle หรือบิงซู

8. Hillhead

กล้าพอจะลองเครื่องในแกะ (Higgis) ดูมั้ย? ข้ามถนนไปที่ The Bothy สำหรับ Isle of Harris Haggis ซึ่งก็คือ Neeps and Tatties (มันฝรั่งบด) ในซอสวิสกี้ เชื่อเถอะว่าถ้ามาสกอตแลนด์แล้ว ต้องลองเมนูนี้ดูซักครั้ง

9. Kelvinbridge

ร้าน Paesano Pizza มีขาประจำที่เหนียวแน่นมากในกลาสโกว์ ร้านนี้อยู่ห่างจากสถานีไปแค่ 3 นาทีเท่านั้น แต่เมื่อไปถึงแล้วก็อาจจะหาโต๊ะลำบากหน่อย ถ้าได้โต๊ะแล้ว แนะนำให้สั่งพิซซ่าสไตล์ Napoli ใส่กล่องไปนั่งทานกับเพื่อนๆ ที่สวนสาธารณะแถวนั้น...แต่สภาพอากาศก็ต้องเป็นใจด้วยนะ

10. St George Cross

สำหรับชาววีแกนโดยเฉพาะ ที่ร้าน Rawnchy มีเค้กที่ทั้งอร่อยและมีรูปลักษณ์เหมาะจะแชร์ลงอินสตาแกรม หรือจะไปที่ร้าน The Hug and Pint ร้าบรรยากาศสบายๆ กับเมนูที่มีแรงบันดาลใจจากอาหารเอเชียที่จะหมุนเวียนไปทุกวัน

11. Buchanan Street

ในที่สุดก็มาถึงสถานีสุดท้าย ถึงตอนนี้น้องๆ คงจะอิ่มจนไม่อยากทานอะไรเพิ่มกันแล้ว แต่อย่างน้อยก็ไปจิบชาทานสโคนตบท้ายได้ที่ร้าน The Willow Tea Rooms หรือถ้ายังอยากทานต่ออีก ก็มี  Yiamas Greek Taverna ร้านอาหารกรีกที่เหมาะมากสำหรับการปิดท้าย

หมดวันกันไปแบบท้องอิ่มแล้วก็หวังว่าจะได้เพื่อนใหม่เพิ่มมาซักคนสองคน และที่สำคัญ ก็ถือว่าได้ทำเป้าหมายสำเร็จไปแล้วหนึ่งอย่างในวันที่ดีที่สุดวันหนึ่งที่อยู่ในกลาสโกว์เลย

ตลาดอาหารของกลาสโกว์

กลาสโกว์มีตลาดอิสระของท้องถิ่นที่หลากหลาย มีสินค้ามากมายไม่ว่าจะเป็นประเภทออร์แกนิค, free-form, gluten-free, ของหายาก, โคเชอร์ หรือฮาลาล

Roots and Fruits

Roots and Fruits มุ่งเน้นที่ผลิตผลจากท้องถิ่นแท้ๆ และอาหารธรรมชาติสุขภาพดี โดยเป็นทั้งร้านขายของที่มีมีเคานเตอร์อาหารสำเร็จรูป และเป็นร้านคาเฟ่ที่รองรับคนทานวีแกนและมังสวิรัติ ไปที่โซนชายของสดสำหรับผักและผลไม้สดในราคาย่อมเยา ซึ่งล่าสุดทางร้านก็มีบริการเดลิเวอรี่ผักแบบเป็นกล่องอีกด้วย

ถ้ามองหาอะไรสำเร็จรูป ก็ไปที่โซน deli ที่มีอาหารปรุงสำเร็จทั้งเมนูร้อนและเมนูเย็นขายตลอดวันสำหรับคนที่มีการกินแบบเฉพาะเจาะจงทุกประเภท

OAKA Supercity

OAKA Supercity เป็นร้านที่ค่อนข้างใหม่ในกลาสโกว์ที่ตอนนี้มีอยู่ทั้งหมด 4 สาขาในชื่อเดียวกัน ร้านหลักอยู่ที่ใจกลางเมือง ใกล้กับ Strathclyde University ซึ่งในร้านมีขายของหลากประเภทจากเอเชีย

แต่ละสาขาจะมีเมนูสตรีทฟู้ดเอเชียเฉพาะสาขาขาย เช่น ชุดติ่มซำ ซาลาเปายัดไส้ เมนูข้าว และราเม็ง ยิ่งไปกว่านั้น ที่สาขา Kelvinhaugh ยังมีจัดคลาสสอนทำซูชิอีกด้วย

Babylon Supermarket

ร้านนี้ถือว่าเป็นซุปเปอร์มาร์เก็ตขายสินค้าตะวันออกกลางที่ใหญ่ที่สุดในเมือง ที่นี่รวบรวมสินค้าจากทั่วแถบตะวันออกกลางมารวมไว้ในกลาสโกว์

ในร้านมีเบเกอรีขายขนมปังสไตล์ดั้งดิม เค้ก และขนมหวานอื่นๆ และยังมีร้านขายเนื้อฮาลาลที่มีเนื้อหลากหลายประเภท ขอบอกเลยว่า Babylon เป็นร้านที่ควรมาทั้งด้วยเหตุผลด้านคุณภาพและความคุ้มค่า

Polish Taste

ร้านขายอาหารพื้นบ้านที่เป็นกิจการของครอบครัวนี้ตั้งอยู่ทั้งฝั่ง West End และ East End ของกลาสโกว์ มีขายทั้งวัตถุดิบโฮมเมดแบบดั้งเดิมที่นำเขาจากโปแลนด์อย่างเช่น เนื้อ แฮม ขนมปัง sourdough ผัก เค้กโฮมเมด และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่างๆ

นอกจากนี้แล้วยังมีหนังสือพิมพ์และนิตยสารส่งตรงจากโปแลนด์ขายที่นี่ด้วย

Solly’s African Village

ร้านขายวัตถุดิบจากประเทศแถบแอฟริกันคาริบเบียนอย่าง เคนยา ไนจีเรีย กานา และแอฟริกาใต้ เช่น biltong, boerwors, แพะ, ปลากระพงและเครื่องเทศท้องถิ่นต่างๆ และผักผลไม้

ที่นี่ยังมีซาลอนอยู่ในร้าน และมีสินค้าบำรุงผิวและเส้นผมขายอีกด้วย

Taste Spain

ร้านนี้ขายอาหารสเปนจากวัตถุดิบทำมือมาตั้งแต่ปี 2015 ที่ร้านบนถนน Byres Road และไปตั้งร้านตาม Farmers Markets หลายแห่งทั่วเมือง Taste Spain มีขายทั้ง Jamon, charcuterie และ pancetta จาก Castilla y León และน้ำมันโอลีฟกับชีสที่ทำจากนมแกะอีกหลากหลายประเภท

Taste Spain เป็นที่รู้จักว่าเป็นขายสินค้าจากสเปนในราคาที่สมเหตุสมผล

See Woo

ซุปเปอร์มาร์เก็ตจีนที่ใหญ่ที่สุดในสกอตแลนด์ See Woo เป็นแหล่งของคนชอบอาหารเอเชียประจำเมืองนี้ แวะไปที่ร้านที่กินพื้นที่กว่า 60,000 ตารางฟุตที่มีสินค้าของทั้งจีน เวียดนาม มาเลเซีย ญี่ปุ่น เกาหลี และไทย

ถ้าใครกำลังมองหาวัตถุดิบเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นของสด ของแห้ง ของดอง หรือของแช่แข็ง ก็รับประกันได้เลยว่าจะหาจากในร้านนี้ได้แน่นอน

Mark’s Deli

Mark’s Deli เป็นร้านขายอาหารโคเชอร์ หรืออาหารตามกฎยิวที่ใหญ่ที่สุดในสกอตแลนด์ และก็เป็นร้านเดียวในกลาสโกว์ที่ขายอาหารโคเชอร์โดยเฉพาะ ที่นี่มีทั้ง deli ขายอาหารปรุงสำเร็จ และคาเฟ่ ไม่ว่าจะเป็นแซนด์วิชเนื้อหมักเกลือ ขนมปังเนื้อ Latke หรือซุปไก่อร่อยๆ ทุกอย่างทำสดส่งตรงจากในครัว

ที่ร้านยังมีสินค้าที่ไม่มีส่วนผสมของนม น้ำตาล หรือกลูเต็นขายใน deli อีกด้วย

การสำรวจเมืองกลาสโกว์ในช่วงสัปดาห์แรก

สำหรับใครที่เพิ่งมาถึง หรือกำลังจะมาที่กลาสโกว์ ยินดีต้อนรับสู่ ‘Dear Green Place’ ชื่อเล่นเก่าของเมืองนี้ ถ้าถามว่าอะไรทำให้กลาสโกว์พิเศษ? คำตอบก็คือ ผู้คน

น้องๆ คงจะรู้สึกทั้งตื่นเต้น กังวล และคิดถึงบ้าน แล้วก็คงนึกภาพไม่ออกเลยว่ากำลังจะได้เจออะไรบ้าง

ด้านล่างนี้คือ 5 สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับการใช้ชีวิตในกลาสโกว์

การเดินทาง

เมืองกลาสโกว์สร้างขึ้นโดยยึดผังเมืองแบบตาราง ซึ่งแบ่งออกได้เป็นสี่พื้นที่หลัก ได้แต่ East End, City Centre, Southside และ West End

ถึงกลาสโกว์จะเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในสก็อตแลนด์ แต่การไปไหนมาไหนในเมืองก็สะดวกสบายมาก กูเกิลแมปคือเพื่อนแท้ที่จะช่วยน้องๆ ได้ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็ตาม

รถบัส

First Glasgow เป็นบริษัทรถบัสหลักของเมืองกลาสโกว์โดยมีสายรถบัสกว่า 100 เส้นทาง ดังนั้นไม่ว่าจะอยากไปที่ไหน น้องๆ ก็จะต้องเห็นรถของบริษัทนี้อยู่ใกล้ๆ แน่นอน รถบัสจะเริ่มให้บริการตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ไปจนถึงดึก ขึ้นอยู่กับว่าเป็นสายเส้นทางไหน

กลับดึกเกินเที่ยงคืน? มีบางรถบัสที่จำกัดการให้บริการตั้งแต่ช่วงหลังเที่ยงคืนเป็นต้นไป เพราะฉะนั้นน้องๆ ก็ควรเช็คข้อมูลล่วงหน้าทางอินเทอร์เน็ต หรือไม่ก็ถามพนักงานขับรถดู

น้องๆ สามารถซื้อตั๋วบนรถแล้วจ่ายเงินผ่านทางบัตรเดบิต Apple Pay หรือ Google Pay ก็ได้ และที่สำคัญ นักเรียนนักศึกษาก็สามารถใช้ส่วนลดราคาตั๋วเดินทางได้ด้วยการแสดงบัตรนักเรียน

รถไฟ

ScotRail มีอยู่ทั่วสกอตแลนด์ทั้งสายทั่วไปและสายท้องถิ่น ระยะเวลารอรถก็มีตั้งไม่กี่นาที ไปจนถึงเกือบหนึ่งชั่วโมงขึ้นอยู่กับสายรถไฟที่จะขึ้น โดยเฉพาะเมืองที่อยู่ไกลออกไปอย่างเช่น Edinburgh และ Aberdeen ที่อาจจะต้องรอนาน

น้องๆ สามารถวางแผนล่วงหน้าได้ด้วยการดาวน์โหลดแอป Trainline ซึ่งจะสามารถใช้ดูตารางเวลา จองตั๋วล่วงหน้าแล้วไปรับที่สถานีใกล้ๆ และรับการแจ้งเตือนในกรณีที่รถไฟล่าช้า

รถไฟใต้ดิน

ชื่อเล่น Clockwork Orange ของรถไฟใต้ดินที่นี่มีที่มาจากลักษณะเส้นทางเดินรถเป็นวงกลม (มีทั้งสายรอบในและรอบนอก) สีส้มสดใส โดยเส้นทางรถไฟใต้ดินจะเชื่อมต่อพื้นที่ West End และ City Centre เข้าด้วยกัน และจะเริ่มวิ่งตั้งแต่ 6.30 am ไปจนถึง 11.40 pm ช่วงวันจันทร์ถึงเศร้า และ 10.00 am ถึง 6.12 pm ในวันอาทิตย์

ขบวนรถจะมาถึงสถานีทุกๆ 4 นาทีในช่วงคนเยอะ และทุกๆ 6 ถึง 8 นาทีในช่วงปกติ ดังนั้นน้องๆ ก็สามารถนั่งวนไปทั้งสายได้ภายในเวลา 24 นาที

ตั๋วหนึ่งเที่ยวจะราคา 1.75 ปอนด์ ในขณะที่ขากลับราคา 3.30 ปอนด์ และตั๋วแบบเหมาไม่จำกัดเที่ยวในหนึ่งวันจะมีราคา 4.20 ปอนด์ เป็นตัวเลือกที่เหมาะมากสำหรับใครที่อยากเที่ยวดูรถไฟใต้ดินของกลาสโกว์ให้ทั่ว

แท็กซี่

แท็กซี่ไม่เคยหายากในกลาสโกว์ มีตัวเลือกทั้งรถแท็กซี่สีดำคุ้นตา (Classic black hackney cabs) ซึ่งให้บริการโดย Glasgow Taxis และรถแท็กซี่ส่วนบุคคล

น้องๆ สามารถโบกเรียกแท็กซี่สีดำได้ตามถนน หรือจะจองผ่าน Glasgow Taxi หรือ Gett app ก็ได้ ข้อเสียของแท็กซี่แบบนี้ก็คือราคาที่สูงกว่าแบบส่วนบุคคล

บริษัทแท็กซี่ส่วนบุคคลมีอยู่ทั่วไปตามพื้นที่ต่างๆ ในเมือง และน้องๆ ก็จะมีบริษัทประจำย่านท้องถิ่นที่ให้บริการขึ้นอยู่กับที่พักของน้องๆ แต่แท็กซี่แบบนี้จะต่างจากแท็กซี่สีดำตรงที่ไม่สามารถโบกเรียกตามท้องถนนได้ แต่จะต้องจองล่วงหน้าเสมอ แน่นอนว่าข้อดีก็คือราคาที่ถูกกว่า

นอกจากนี้แล้วก็ยังมี Uber ซึ่งคนขับรถจะได้รับใบอนุญาตจากสภาเทศบาลเมืองกลาสโกว์และผ่านการตรวจสอบประวัติอย่างละเอียดแล้วก่อนจะได้รับอนุญาตให้มาขับรถให้กับ Uber

น้องๆ จะไม่มีปัญหาในการหารถ Uber แน่นอน แต่อาจจะเจอการขึ้นราคาช่วงกลางคืน และในช่วงอาทิตย์ที่ไม่เป็นใจในบางครั้ง

ย่านที่อยู่อาศัยสำหรับนักเรียนในกลาสโกว์

ที่กลาสโกว์มีย่านอยู่อาศัยให้เลือกหลายแห่ง ขึ้นอยู่กับว่าน้องๆ จะเลือกที่ไหนตามที่ตั้งของมหาวิทยาลัยที่น้องๆ เรียนอยู่ การตัดสินใจนี้ไม่มีถูกหรือผิด เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม น้องๆ ก็จะต้องถามตัวเองก่อนซักสองสามข้อ ว่าอยากอยู่ที่หอพักนักศึกษาของมหาวิทยาลัยหรือไม่? หรืออยากอยู่หอพักนักเรียนของเอกชน? อยากจะเช่าเฉพาะห้องเดียว หรืออยากจะเช่าทั้งอาคาร?

ห้องพักในหอของมหาวิทยาลัยอาจจะหายากซักหน่อย และเพราะอย่างนั้น นักเรียนต่างชาติจึงมักจะเลือกพักที่หอเอกชนมากกว่า มีหลายบริษัทที่มีห้องในทำเลดีทั่วเมืองที่คิดค่าเช่ารายอาทิตย์แบบรวมค่าน้ำค่าไฟเข้าไปเรียบร้อยแล้ว

สำหรับนนักเรียนมหาวิทยาลัยกลาสโกว์ บริเวณแถว West End อย่าง Hillhead, Partick, Kelvinbridge, Finnieston และ Maryhill เป็นที่นิยมมาก

หรือถ้าเรียนที่ Strathclyde University พื้นที่แถว Merchant City, Garnethill และ Dennistoun มีประชากรนักเรียนอาศัยอยู่มากที่สุด

ไม่ว่าจะไปอยู่ในย่านไหน น้องๆ ก็ควรพยายามปรับตัวกับสภาพแวดล้อมให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะกลาสโกว์เป็นเมืองพหุวัฒนธรรมที่มีสีสันและเต็มเปี่ยมไปด้วยผู้คนจากหลากหลายศรัทธาความเชื่อและประวัติที่มา ควรซึมซาบกับทุกอย่างให้ได้มากที่สุด

ความบ้าฟุตบอลของชาวกลาสโกว์

“เชียร์ทีมไหน?” เป็นคำถามที่จะได้ยินอยู่ตลอดเวลา และคำตอบก็มักจะมีแค่ “Rangers” หรือ “Celtic”

กลาสโกว์เป็นเมืองฟุตบอล มีทีมฟุตบอลที่ประวัติศาสตร์ยาวนานสองทีมที่ก็เป็นคู่แข่งตัวฉกาจของกันและกันมาตลอด แต่อย่างหนึ่งที่ทั้งสองทีมมีเหมือนกันนั่นคือก็ความทุ่มเทของแฟนๆ ที่ทำให้การไปชมการแข่งเป็นประสบการณ์ประทับใจไม่รู้ลืมเลย บรรยากาศการเชียร์นั้นเรียกได้ว่าหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว

ดังนั้นระหว่างที่อาศัยอยู่ที่กลาสโกว์ก็ควรเลือกทีมที่ชอบไว้เลย หรือไม่ก็บอกว่าเชียร์ Patrick Thistle ถ้าอยากเป็นกลาง หรือไม่ก็เลือกไปดูรักบี้แทน

สภาพอากาศที่กลาสโกว์

อย่าเพิ่งกังวลกับการอาศัยที่กลาสโกว์ หรือที่อื่นๆ ที่ไหนก็ตามในสกอตแลนด์เลย แต่คำแนะนำที่คนท้องถิ่นจะบอกบ่อยที่สุดก็คือ ให้พกร่มอยู่ตลอดเวลา เพราะที่นี่ฝนตก บ่อย มาก

น้องๆ จะสามารถเจอสภาพอากาศครบทั้ง 4 ฤดูได้ในวันเดียว และเมื่อไหร่ที่แดดออก เมืองทั้งเมืองก็จะคึกคักขึ้นมาทันทีเลย

Style Mile แห่งกลาสโกว์ สวรรค์แห่งการช็อปปิ้ง

แหล่งช็อปปิ้งหลักในกลาสโกว์เลยก็คอถนน Buchanan Street ซึ่งด้านหนึ่งจะพาไปยัง Sauchiehall Street และอีกด้านที่ Argyle Street ในลักษณะหน้าตาเหมือนกับตัวอักษร Z โดยถนนทั้งสามเส้นนี้จะถูกเรียกรวมกันว่า Style Mile

ถนน Buchanan Street เป็นหนึ่งในถนนที่โด่งดังที่สุดที่มีร้านแบรนด์ต่างๆ เช่น Starbucks, Apple, H&M, Victoria's Secret, GAP และ Zara ส่วน Buchanan Galleries ก็คือห้างสรรพสินค้าที่มีร้านดังอย่าง John Lewis, Lego, Monki, Next และ Hollister

ส่วนห้างที่หรูขึ้นมาหน่อยอย่าง Princes Square ที่อยู่ค่อนไปใกล้กับ Argyle Street ก็มี Vivian Westwood, Ted Baker, Kate Spade และ Kurt Geiger

St Enoch’s Centre ที่ถนน Argyle Street เป็นห้างสรรพสินค้าแห่งแรกในกลาสโกว์ ห้างนี้เปิดทำการตั้งแต่ปี 1989 และร้านแบรนด์ชื่อดังที่ใครๆ ก็รู้จักอย่าง Hamleys, Nando’s, Debenhams, Boots และ Disney ต่างก็อยู่ที่ห้างนี้กันทั้งนั้น

ที่สำคัญ ร้านค้าส่วนใหญ่ในเมืองก็ยังมีส่วนลดอย่างต่ำ 10% ให้กับนักเรียนอีกด้วย บอกเลยว่าไม่มีอะไรจะดีไปกว่านี้อีกแล้ว

 

บทความน่าสนใจ

โปรดเลือกระดับการศึกษา

ใส่คำค้นหา เลือกจากรายการหรือกดค้นหา

  • เริ่มค้นหาตอนนี้ เลือกจากรายชื่อหรือกดค้นหา

  • ใส่คำค้นหา เลือกจากรายการหรือกดค้นหา

โปรดพิมพ์ และเลือกสถาบัน

  • พิมพ์ตัวอักษร 3 ตัวของชื่อมหาวิทยาลัย และเลือกจากลิสต์

  • กรอกชื่อมหาวิทยาลัย หรือโรงเรียน และเลือกจากลิสต์