text.skipToContent text.skipToNavigation
Language: Language:
ติดต่อ IDP 02-638-3111 หรือ Line: @idpthailand
IDP เชียงใหม่ 053-217-552 หรือ Line: @idpchiangmai

เรียนต่อที่ลอนดอน

คู่มือการใช้ชีวิตสำหรับนักเรียนในลอนดอน

ลอนดอน เป็นหนึ่งในเมืองที่ใหญ่และคึกคักที่สุดในโลก ซึ่งสำหรับหลายๆ คนก็คงจะรู้สึกตื่นเต้นเป็นส่วนใหญ่ และก็มีบ้างที่รู้สึกเหมือนจะรับมือไม่ไหว

ลอนดอนนั้นกว้างขวาง และพื้นที่ที่มากมายเหล่านั้นก็มาพร้อมกับความหลากหลาย ไม่มีอะไรที่น้องๆ จะทำไม่ได้ในเมืองนี้ อะไรก็ตามที่เราคิดขึ้นมาได้ก็คงจะมีอยู่แล้วในลอนดอน อยากได้บ้านบอลที่ผู้ใหญ่เล่นได้เหรอ? ลอนดอนมี แล้วพิพิธภัณฑ์ที่มีแต่สิ่งของในโหลแก้วล่ะ? ที่ลอนดอนก็มีเหมือนกัน!

ความยอดเยี่ยมที่สุดของลอนดอนก็อยู่ตรงที่เราสามารถเป็นอะไรก็ได้ที่อยากเป็น ที่นี่ไม่เพียงแค่เป็นเมืองใหญ่ธรรมดาเท่านั้น แต่ยังเป็นสถานที่ที่เปิดกว้างที่สุดแห่งหนึ่งในโลกเลยทีเดียว

ในลอนดอนมีสิ่งต่างๆ มากมายที่รอให้น้องๆ ไปสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเพื่อนใหม่ งานอดิเรกใหม่ หรือการค้นพบอาหารประเภทใหม่ๆ เพราะที่นี่มีความเป็นไปได้อยู่อย่างไม่สิ้นสุด

✔️  เรียนจบไวกว่าประเทศอื่นๆ

✔️  การศึกษาคุณภาพสูง มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน

✔️  ค่าใช้จ่ายไม่ได้แพงอย่างที่คิด

✔️  สามารถทำงานระหว่างเรียนได้

✔️  ประเทศมหาอำนาจด้านเศรษฐกิจ เศรษฐศาสตร์ การเมือง และ กฎหมายของโลก

ความปลอดภัยในลอนดอน

รู้ว่าต้องขอความช่วยเหลือจากใคร

การอยู่ในเมืองใหญ่อาจจะเป็นเรื่องน่ากลัว ดังนั้นสิ่งแรกๆ ที่น้องๆ ควรจะทำคือการจำเบอร์โทรฉุกเฉิน ซึ่งแน่นอนว่าเบอร์ฉุกเฉินของที่นี่จะแตกต่างจากที่บ้านแน่อน ดังนั้นถ้าน้องๆ ต้องการโทรเรียกตำรวจ รถดับเพลิง หรือรถฉุกเฉิน ให้โทรไปที่เบอร์ 999 และโอเปอเรเตอร์ก็จะถามถึงบริการฉุกเฉินที่น้องๆ ต้องการ

ถ้าหากไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินแต่ต้องการติดต่อตำรวจ ก็สามารถโทรเบอร์ 101 เพื่อแจ้งปัญหากับเจ้าหน้าที่ที่รับสายก็ได้

ระวังความปลอดภัย

ไม่ว่าจะอยู่ในเมืองใหญ่ที่ไหน น้องๆ ก็ควรจะมีปฏิกิริยาที่รวดเร็วอยู่เสมอ การเดินผ่านสวนสาธารณะใหญ่หรือเดินริมคลองในตอนกลางคืนนั้นเป็นเรื่องที่ควรหลีกเลี่ยง เพราะเป็นที่รู้กันว่าสถานที่เหล่านี้ไม่ปลอดภัยและอาจมีผู้ไม่ประสงค์ดีอยู่ด้วยก็ได้

อย่างไรก็ตาม ลอนดอนก็ไม่ได้มีแต่คนที่มุ่งร้ายกับน้องๆ เท่านั้น โดยรวมแล้วทุกคนก็ค่อนข้างเป็นมิตร (แค่ไม่ช่างพูดเท่าไหร่เวลาอยู่ในรถไฟใต้ดิน) การชวนคุยกับคนแปลกหน้าบนระบบขนส่งสาธารณะถือการสวนกระแสสังคมในระดับหนึ่ง และก็จะพบเห็นได้ไม่บ่อยนัก

นอกจากนี้แล้วน้องๆ ก็ควรจะระวังข้าวของของตัวเองเอาไว้ให้ดี น่าเสียดายที่ช่วงหลายปีให้หลังมานี้มีคนถูกขโมยโทรศัพท์มือถือเพิ่มขึ้นมาก ดังนั้นหลักง่ายๆ ที่น้องๆ ควรยึดไว้คือการเก็บของมีค่าเอาไว้ให้มิดชิด จะได้ไม่เป็นการโชว์ทรัพย์สินของตัวเองให้มิจฉาชิพเห็น

สร้างความรู้สึกปลอดภัย

หลังจากทบทวนเรื่องความปลอดภัยทางกายภาพของตัวเองกันไปแล้ว เรามาพูดถึงความปลอดภัยด้านจิตใจกันด้วยดีกว่า

ถ้าน้องๆ รู้สึกว่าภาระการเรียนถาโถมเข้ามาจนเริ่มจะรับไม่ไหว ก็มีสองสามทางเลือกที่น้องๆ จะสามารถจัดการกับตวามกังวลหรือความเศร้า (หรือแม้กระทั่งความคิดถึงบ้าน) ได้

ที่มหาวิทยาลัยจะมีสโมสรนักเรียน (Student Union) สำหรับช่วยเหลือปัญหาต่างๆ ของนักเรียน ซึ่งในสโมสรก็จะมีบริการให้คำปรึกษาแนะแนว (Counselling Service) ที่จะสามารถช่วยสนับสนุนและให้คำปรึกษากับน้องๆ ได้ โดยมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่มักจะมีจำนวนชั่วโมงให้คำปรึกษาขั้นต่ำสำหรับนักเรียนแต่ละคนที่ไปขอความช่วยเหลือ (ตามลำดับว่าใครต้องการการช่วยเหลือมากที่สุด)

บางมหาวิทยาลัยก็เริ่มมีการใช้สุนัขมาเป็นตัวช่วยบำบัดความเครียดของนักเรียนในช่วงใกล้สอบอีกด้วย ถ้าหากน้องๆ รู้สึกว่าตัวเองต้องการความช่วยเหลือเหล่านี้ ก็ให้ลองไปปรึกษากับทางมหาวิทยาลัยดูว่าจะสามารถขอบริการเหล่านี้ระหว่างการเรียนได้ไหม

คลายเครียดบ้าง

ถ้าน้องๆ ยังไม่ต้องการการปรึกษาแนะแนวแต่แค่กำลังมองหาวิธีจัดการกับความเครียด ก็มาลองร่วมสนุกกับกิจกรรมกลางแจ้งต่างๆ ของลอนดอนก็ได้

Park Run เป็นกิจกรรมที่ผู้คนจะจับกลุ่มในสถานที่ต่างๆ ในลอนดอน แบ่งตามระดับความแข็งแรงของร่างกายและกลุ่มอายุ เพื่อจะวิ่งระยะ 5 กิโลเมตรไปด้วยกันทุกๆ เช้าวันเสาร์ ซึ่งคำอธิบายแบบนี้อาจจะฟังดูไม่น่าดึงดูดอะไรเท่าไหร่ แต่ในความเป็นจริงแล้วนี่ก็เป็นกิจกรรมที่ทั้งสนุกและเป็นช่องทางให้ได้พบปะกับผู้คนใหม่ๆ ที่ดีมากเลยทีเดียว (แล้วยังสร้างความรู้สึกของการเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน ที่จะช่วยให้น้องๆ คลายเหงาได้อีกด้วย)

หรือถ้าการวิ่งไม่ใช่แนว ก็ไปลองว่ายน้ำดู ที่ลอนดอนมีสระว่ายน้ำกลางแจ้งอยู่มากมาย เรียกว่า ‘lidos’ (อ่านว่า ลี-โด) ซึ่งก็มีทั้งสระแบบน้ำอุ่นและแบบปกติ ถ้าน้องๆ อยากทดสอบความแข็งแกร่งของตัวเองก็สามารถลองสมัครเป็นสมาชิกช่วงหน้าหนาวดู ซึ่งอุณหภูมิน้ำในสระลดต่ำลงได้ถึง 3 องศา (และบางครั้งก็ยังจับตัวเป็นน้ำแข็งด้วย) ช่วงหลังๆ นี้การว่ายน้ำในน้ำเย็นได้รับความนิยมสูงมาก แล้วก็มีประโยชน์ต่อสุขภาพเป็นลิสต์ยาวเหยียด อันดับต้นๆ ในนั้นก็คือการเสริมสร้างสุขภาพจิตและสุขภาพร่างกาย

สำรวจลอนดอนผ่านอาหาร

การสำรวจลอนดอนที่ดีมากวิธีหนึ่งก็คือการสำรวจด้วยต่อมรับรสของเราเอง

ลอนดอนเป็นแหล่งรวมวัฒนธรรมและอาหารอันหลากหลาย และการลองค้นหาสิ่งที่ดีที่สุดในเมืองนี้ก็สามารถนำให้น้องๆ ได้ไปสัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่และอาจได้ไปเยือนในมุมเล็กๆ ของเมืองที่น้องๆ จะไม่สามารถค้นพบได้เลยในสถานการณ์อื่น

หาแหล่งแกงรสเด็ด

คนส่วนใหญ่รู้ว่าถ้าอยากกินแกงก็ต้องไปที่บริคเลน (Brick Lane) แต่สิ่งที่พวกเขาไม่รู้ก็คือ มีร้านแกงดีๆ ซุกซ่อนอยู่ในทุกซอกมุมของลอนดอน

ไม่ว่าน้องๆ จะเกิดอยากได้รสจัดๆ มากระตุ้นต่อมรับรสในช่วงหยุดยาว หรือแค่คิดถึงรสชาติอาหารของที่บ้าน ก็ให้ลองไปที่ Dishoom ที่มี 4 สาขารอบเมือง รับรองได้เลยว่าความคุ้มค่าของรสชาติกับเงินทุกบาททุกสตางค์ของน้องๆ อย่างไม่เป็นรองที่ไหนเลย ซึ่งที่นี่มีเมนูที่มีรสชาติแบบดั้งเดิมแท้ๆ (และมีกลิ่นเครื่องเทศที่กลมกล่อมสุดๆ) อีกทั้งเชฟของร้านก็ยังมีการคิดค้นเมนูแปลกๆ ใหม่ๆ อยู่เสมอ

สำหรับคนชอบกินคาร์บ

ถ้าน้องๆ ชอบพาสต้า ก็จะต้องพลาดร้าน Padella แถว Borough Market ไปไม่ได้เลย...ถ้าทนรอได้น่ะนะ เพราะว่าที่นี่คนแน่นร้านตั้งแต่เวลาเปิดไปจนเวลาปิด และถ้าน้องๆ ได้ลองเข้าไปลิ้มรสดูแล้วก็จะเข้าใจได้เลยว่าทำไม

ที่ร้านทำเส้นพาสต้าเองทั้งหมด นอกจากนี้แล้วยังมีไวน์แท้ๆ ที่ซื้อได้เป็นเหยือก ส่วนขนมปังในจากขนมปังก็นำเข้ามาจากประเทศแม่อยากอิตาลีโดยตรง ถ้าหากน้องๆ ไม่เคยลองทานพาสต้าแบบโฮมเมดมาก่อน ก็สามารถมาลองได้เลยที่นี่

มื้อเช้าตามขนบ

อยากได้มื้อเช้าชุดใหญ่? มื้อเช้าต้นตำรับอย่าง ‘Full English Breakfast’ (ประกอบไปด้วย ไข่ มะเขือเทศ เห็ด ขนมปังปิ้ง เบคอน ไส้กรอก และถั่ว) มีขายอยู่แทบทุกทีในลอนดอนพร้อมมีตัวเลือกหลากหลาย แต่ก็ต้องสังเกตุให้ดีด้วยเช่นกัน เพราะมีหลายที่ที่ขายเป็นของเลียนแบบราคาถูก

ถ้าน้องๆ อยากได้มื้อเช้าที่เด่นเรื่องรสชาติแบบสุดๆ และมีการปรับแปลงเมนูเก่าให้ออกมาทันสมัย ก็ลองไปที่ The Breakfast Club ที่มีอยู่ทั้งหมดสามสาขา แต่สาขาที่โด่งดังที่สุดคือร้านหลักที่อยู่ที่ Shoreditch

และถ้าน้องๆ รู้สึกอยากได้อะไรที่แปลกใหม่เป็นพิเศษ ก็ให้ลองสั่ง ‘The Mayor of Scaredy Cat Town’ หรือแค่พูดว่า ‘I’m here to see the Mayor’ (‘ฉันมาเพื่อพบนายกเทศมนตรี’) เขาจะไม่พาน้องๆ ไปที่สภาหรือที่ว่าการแต่อย่างใด แต่ด้านหลังของตู้เย็นขนาดใหญ่จะมีบาร์ลับซ่อนอยู่ต่างหาก

สถานที่ที่ไม่ได้เป็นที่ฮิตของนักท่องเที่ยว

แน่นอนว่าใครๆ ก็สามารถไปดู Tower Bridge หรือตู้โทรศัพท์ หรือรถบัสสองชั้นได้ แต่ถ้าอยากรู้สึกเหมือนเป็นคนท้องถิ่นจริงๆ หรืออยากโชว์ ‘บ้านใหม่’ ของตัวเองให้กับเพื่อนๆ และครอบครัวได้เห็น ก็มีสถานที่พิเศษๆ หลายแห่งสำหรับการสัมผัสประสบการณ์ใช้ชีวิตในลอนดอนอย่างแท้จริง

ไปลองอะไรหรูๆ ซักหน่อย

ลอนดอนเป็นที่โด่งดังเรื่องการจิบชายามบ่าย (High Tea) อย่างไม่ต้องสงสัย ใครบ้างล่ะจะไม่ชอบการได้รับการบริการชั้นเยี่ยม และการทานเค้กกับแซนด์วิชชิ้นเล็กๆ ระหว่างฟังเสียงบรรเลงเปียโนแบบสดๆ ไปด้วย! ถ้าน้องๆ ลงหาจาก Groupon (เว็บบัตรกำนัลฟรี) น้องๆ ก็อาจจะได้ไปจิบชาในราคาแค่ครึ่งเดียวก็ได้

มี High Tea หลากหลายแบบให้ได้เลือกสรร และทุกวันนี้เราก็ยังสามารถดื่มชาที่มีความเจาะจงพิเศษอย่างเช่น gluten free, vegan หรือ sugar free (เพราะฉะนั้นน้องๆ ก็จะไม่มีข้ออ้างอะไรเลยที่จะไม่ไปลองดู) แต่ถ้าหากต้องการความเป็นต้นตำรับแบบสุดๆ แล้วล่ะก็ ก็ต้องไปยังหนึ่งในต้นแบบโรงแรมหรูแถว The Strand (ใช่ เหมือนในเกมเศรษฐีนั่นแหละ) อย่างเช่น ClaridgesThe Ritz หรือ The Savoy

สำรวจสวนสาธารณะของลอนดอน

ในหนึ่งปีมีอยู่สองช่วงเวลาที่น้องๆ ควรจะไปชมสวนสาธารณะในลอนดอนที่สุด นั่นคือ ในช่วงฤดูร้อน (เพราะอากาศมันร้อนขึ้นอย่างน่าตกใจเลยเชียวล่ะ) และ ในคืนก่อกองไฟ (Bonfire Night)

Bonfire Night หรือที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Guy Fawkes Night เป็นงานฉลองแปลกๆ อย่างหนึ่งของอังกฤษที่เกิดขึ้นเมื่อสุภาพบุรุษคนหนึ่งที่มีชื่อว่า Guy Fawkes พยายามวางระเบิดรัฐสภาในช่วงทศวรรษที่ 1600 เพื่อลอบปลงพระชนม์พระเจ้าเจมส์ที่หนึ่ง เขาทำไม่สำเร็จ แต่ก็ไม่รู้แน่ชัดว่างานนี้นั้นมีไว้เฉลิมฉลองการที่พระเจ้าเจมส์ที่หนึ่งทรงปลอดภัย หรือเฉลิมฉลองให้กับความโง่เขลาของ Guy กันแน่ แต่ไม่ว่าจะมีแง่มุมประวัติศาสตร์อย่างไรก็ตาม สังคมชาวบริติชก็ได้รับประโยชน์กันเต็มที่เนื่องจากการจุดพลุถูกกฎหมาย ทั้งยังมีการแสดงฟรีทั่วประเทศ ซึ่งแน่นอนว่ามีมากที่สุดอยู่ในลอนดอนนี่เอง

เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ที่มีเรื่องหลอน

The Hunterian Museum นั้นทั้งน่าตื่นตาตื่นใจและน่าสยดสยองในขณะเดียวกัน ถ้าหากน้องๆ กำลังเรียนในสายการแพทย์หรือสัตวแพทย์ ก็ยิ่งควรจะแวะมาที่นี่เป็นอย่างยิ่ง หรือต่อให้เรียนอยู่สายอื่นที่นี่ก็ยังน่าสนใจมากอยู่ดี ขอแค่มีความจิตแข็งก็พอ

ที่ Hunterian มีคอลเลคชั่นที่มีการเก็บสะสมมาตลอด 400 ปีที่ผ่านมาที่เปิดให้สาธารณะเข้าชมได้ (บางครั้งก็ไม่คิดค่าเข้าชมอีกด้วย) โดยคอลเลคชั่นดั้งเดิมนั้นเป็นของนายสุภาพบุรุษ John Hunter ซึ่งระหว่างเดินชมไปรอบๆ แล้วก็อาจจะรู้สึกว่ามีบรรยากาศเหมือนยุคสมัยของแม่มด ทุกตัวอย่างที่จัดแสดงนั้นมีบทบาทสำคัญในการศึกษากายภาพและสรีระของทั้งคนและสัตว์ (ซึ่งก็เป็นส่วนช่วยให้วิชาแพทยศาสตร์ก้าวหน้ามาได้จนปัจจุบัน)

น้องๆ เตรียมใจไว้ได้เลยว่าจะต้องได้เห็นทั้ง ตัวอ่อนทารกทุกประเภท ชิ้นกระดูก และโครงกระดูกทั้งตัวรวมไปถึงงานวิจัยเกี่ยวกับการปลูกถ่ายอวัยวะในผู้ป่วยทั้งคนและสัตว์ สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงระหว่างเข้าชมเลยก็คือการทดลองที่เห็นเหล่านี้จะไม่มีทางเป็นที่ยอมรับในสังคมปัจจุบันแน่นอน แต่ไม่ว่าอย่างไรก็นับว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้เราเป็นอย่างทุกวันนี้ได้

*หมายเหตุ: The Hunterian Museum กำลังอยู่ในระหว่างปิดปรับปรุง และจะเปิดให้บริการอีกครั้งในปี 2021

วิธีการรับมือกับสภาพอากาศ

ลอนดอนไม่ได้มีชื่อเสียงดีงามเท่าไหร่นักด้านสภาพอากาศ โดยเฉพาะคนที่มาจากประเทศที่อากาศร้อนและมีแดดจ้าตลอดเวลาก็คงจะต้องตกใจพอสมควรเลย

การเผชิญฤดูหนาวเป็นครั้งแรกที่นี่คงจะลำบากที่สุด แต่ถ้าค่อยๆ ปรับตัวด้วยการศึกษาข้อมูลเพื่อคาดการณ์ได้ถูกก็จะช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นมาก

วางแผนล่วงหน้าสำหรับหิมะ

ถึงแม้จะมีหิมะตกเป็นครั้งคราว ลอนดอนก็ไม่ได้มีการเตรียมพร้อมในด้านนี้เท่าไหร่นัก ในช่วงประมาณ 6 ปีที่ผ่านมา ลอนดอนมีหิมะแค่ไม่กี่วันเท่านั้น และถึงเราจะมีโอกาสเจอหิมะได้ยาก มันก็สามารถเป็นเรื่องน่าสนุกได้แม้ว่าจะเป็นเรื่องชวนปวดหัวอยู่บ้างเหมือนกัน

อันดับแรก ระบบขนส่งสาธารณะทั้งหมดจะปิด (ใช่ อ่านไม่ผิดหรอก รถไฟสู้หิมะไม่ไหวจริงๆ) จากนั้นถนนก็จะเต็มไปด้วยรถบัส แล้วน้องๆ รู้ไหมว่านั่นหมายความว่ายังไง? ก็หมายความว่าทุกคนจะได้หยุดเรียนและหยุดงานกันยังไงล่ะ (เว้นแต่ว่าอาศัยอยู่ในระยะที่เดินไปถึงได้ หรือทำงานในสายงานบริการฉุกเฉิน)

ทุกคนแห่กันไปที่สวนสาธารณะใกล้บ้านเพื่อปั้นตุ๊กตาหิมะและปาก้อนหิมะกัน แล้วทันใดนั้นเราก็จะได้สวนสาธารณะที่เต็มไปด้วยเด็กวัยผู้ใหญ่กำลังสร้างเพื่อนใหม่กัน

ในด้านตรงข้ามแบบสุดขั้วก็คือน้องๆ จะได้เจอกับฤดูร้อนที่แสนร้อน (แล้วทุกคนก็จะแห่กันไปอาบแดดและปิกนิกที่สวน) และน้องๆ ก็จะต้องอยากได้พัดลมตั้งโต๊ะกันขึ้นมาแน่นอน เพราะในลอนดอนไม่มีแอร์

ใช้โอกาสการอยู่ใกล้ยุโรปให้คุ้มที่สุด

เส้นทางการหนีไปเที่ยวสถานที่ในยุโรปที่มีแดดออกมากกว่า (นิดหน่อย) นั้นใช้เงินแค่ไม่กี่ปอนด์เท่านั้น บางครั้งค่าเดินทางขากลับก็มีราคาถูกได้ถึง 20 ปอนด์เลยทีเดียว

อาจต้องใช้เวลาสักหน่อยในการทำตัวให้ชินกับการอยู่ใกล้ประเทศต่างๆ ในระยะเดินทางไม่กี่ชั่วโมง แต่ถ้าเป็นไปได้ น้องๆ ก็ควรจะฉวยโอกาสนี้และใช้ประโยชน์จากมันให้คุ้มที่สุด! ยังมีการสำรวจมากมายมหาศาลที่รอให้ไปสัมผัส และโลกทั้งใบก็อยู่ในกำมือของน้องๆ ในราคาถูกเทียบเท่ากับรองเท้าคู่หนึ่ง

ถ้าน้องๆ ใส่ใจสภาพแวดล้อมและพยายามลดการก่อคาร์บอนหรือการสะสมระยะไมล์ ก็สามารถใช้บริการ Eurostar เพื่อเดินทางไปที่ฝรั่งเศส เบลเยี่ยม หรืออัมสเตอร์ดัมก็ได้

ใช้ประโยชน์จากแสงอาทิตย์ให้คุ้มที่สุดเท่าที่จะทำได้

ที่ลอนดอนก็มีวันแดดออกอยู่บ้างเหมือนกัน ดังนั้นน้องๆ ควรจะใช้ช่วงเวลานั้นให้เป็นประโยน์มากที่สุด

เมืองส่วนใหญ่มักจะมีสวนสาธารณะขึ้นชื่อให้แวะไปเยี่ยมเยือน (London Fields ใน Hackney, Clapham Common ทางใต้ และ Regents Park ในแถวตะวันตก) และก็มี lidos และดาดฟ้าหลายแห่งที่หลากหลายให้น้องๆ ไปรับวิตามิน D ในช่วงแดดออก

หรือถ้าอยากได้สถานที่ที่ห่างไกลออกไปหน่อย ก็ออกจากลอนดอนไปหนึ่งชั่วโมงเพื่อไปที่ Brighton

Brighton เป็นหนึ่งในสามชายหาดที่อยู่ใกล้ลอนดอน และก็เป็นชายหาดที่โด่งดังที่สุดอีกด้วย ที่นี่มีท่าเรือที่ใหญ่ที่สุด (ที่เต็มไปด้วยกิจกรรมสนุกๆ ให้ทำริมหาด) และยังมีชุมชนที่มีความหลากหลายเฟื่องฟู รวมไปถึงตรอกทางเดินที่น่าสนใจมากมายให้สำรวจ

เตรียมห่วงยาง แซนด์วิช และชุดว่ายน้ำไปให้พร้อม แต่อย่าลืมรองเท้าแตะหรือรองเท้าสำหรับเดินบนชายหาดไปด้วยล่ะ เพราะที่นั่นเป็นหาดหินกรวด (ไม่ใช่หาดทราย) และก็ไม่มีอะไรจะเจ็บไปกว่าการเดินเหยียบก้อนกรวดหลังจากแช่เท้าในน้ำไปแล้วจนเปื่อย

ออกไปข้างนอกในช่วงหน้าหนาว

อย่ามัวแต่หมกตัวอยู่ในห้องแค่เพราะอุณหภูมิลดลง ยังมีอะไรให้ทำอีกมากในลอนดอนในช่วงเดือนที่อากาศหนาว

หลังจากใบไม้เริ่มเปลี่ยนสีแล้ว น้องๆ ก็สามารถตั้งทริปวันเดียวกลับ เดินทางไปยังเขตอนุรักษ์ใหญ่ๆ (Richmond Park, Epping Forest หรือ Victoria Park) เพื่อไปชมทิวทัศน์ใบไม้เปลี่ยนสีที่นั่น แล้วยังอาจมีโอกาสได้เห็นกวางป่าตัวเป็นๆ อีกด้วย ที่สำคัญ ช่วงนี้ยังเป็นช่วงที่เหมาะจะไปดูกระรอกที่สุด!

เมื่อเทศกาลคริสต์มาสใกล้เข้ามา ตลาดต่างๆ ก็เริ่มเปิดขาย ร้านใหญ่ๆ (Harrods & Selfridges) ก็จะเปิดหน้าต่างคริสต์มาสที่มีชื่อเสียง และดาราเกรด C ก็จะเปิดไฟตามถนนในเมืองต่างๆ

แล้วก็อย่าลืมสเก็ตน้ำแข็งไปเชียวล่ะ โดยเฉพาะลานน้ำแข็ง Somerset House ที่คงเรียกได้ว่าเป็นสถานที่ที่ตกแต่งได้สวยที่สุดแล้ว ด้วยไฟระยิบระยับมากมายและเจ้าหน้าที่ที่กระตือรือร้นจะช่วยอยู่เสมอถ้าน้องๆ รู้สึกตัวเองแข้งขาอ่อนเหมือนกวางน้อย Bambi บนลานน้ำแข็ง

✔️  IDP เป็นตัวแทนมหาวิทยาลัยกว่า 80 สถาบันในประเทศอังกฤษ

✔️  IDP เป็นเจ้าของร่วมข้อสอบ IETLS และเป็นศูนย์สอบ IELTS ขนาดใหญ่

✔️  UK Counsellor ของเราได้รับการรับรองจาก BC ทุกคน

✔️  IDP ได้รับความไว้วางใจจากนักศึกษาทั่วโลกและเปิดให้บริการมากกว่า 50 ปี

✔️  IDP คือผู้นำด้านการเรียนต่อที่มีสาขาใหญ่ที่สุดในโลก

เรียนต่ออังกฤษกับ IDP

 

บทความน่าสนใจ

โปรดเลือกระดับการศึกษา

ใส่คำค้นหา เลือกจากรายการหรือกดค้นหา

  • เริ่มค้นหาตอนนี้ เลือกจากรายชื่อหรือกดค้นหา

  • ใส่คำค้นหา เลือกจากรายการหรือกดค้นหา

โปรดพิมพ์ และเลือกสถาบัน

  • พิมพ์ตัวอักษร 3 ตัวของชื่อมหาวิทยาลัย และเลือกจากลิสต์

  • กรอกชื่อมหาวิทยาลัย หรือโรงเรียน และเลือกจากลิสต์