text.skipToContent text.skipToNavigation
Language: Language:
ติดต่อ IDP 02-638-3111 หรือ Line: @idpthailand
IDP เชียงใหม่ 053-217-552 หรือ Line: @idpchiangmai

เรียนต่อที่วอชิงตัน

คู่มือการใช้ชีวิตสำหรับนักเรียนในวอชิงตัน

วอชิงตัน ดี.ซี. เป็นเมืองที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดด้านความมีอะไร ส่วน ‘อะไร’ นี้ก็สามารถเป็นได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ศิลปะ อาหาร หรือการเมือง

ไม่ว่าน้องๆ จะสนใจหรือชื่นชอบอะไร ที่นี่ก็คงจะมีพิพิธภัณฑ์สำหรับสิ่งนั้นๆ อยู่ในเมืองหลวงแห่งนี้แล้ว และนอกเหนือจากนั้นก็ยังมีสถานที่ท้องถิ่นที่น่าสนใจที่หลากหลาย ตั้งแต่สวน ไปจนถึงโรงละครที่ฟรีทั้งหมด และเหมาะสำหรับงบของนักเรียนเป็นที่สุด

✔️  เมืองแห่งนวัตกรรมของโลก

✔️  ลงทุนด้านการวิจัยกับมหาวิทยาลัยทั้งรัฐและเอกชน

✔️  มีหลักสูตรเอกลักษณ์ ออกแบบกตามความถนัดรายบุคคล

✔️  โอกาสในการท่องเที่ยว

✔️  พบเจอผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ

ควรทำอะไรบ้างในสัปดาห์แรกที่มาถึง

การจะเริ่มสร้างความคุ้นเคยในสถานที่ใหม่มักเป็นอะไรที่ทั้งน่าตื่นเต้นและน่าหวั่นใจ วอชิงตันเองก็คงจะให้ความรู้สึกแบบนั้นด้วยไม่ต่างกัน

มีอะไรให้ทำมากมายในรัฐวอชิงตันจนน้องๆ จะเลือกไม่ถูกเลยว่าควรเริ่มต้นตรงไหนดี ลองอ่านบทความนี้เป็นฮาวทูแนะนำแนวทางสำหรับช่วงหนึ่งอาทิตย์แรกของน้องๆ ที่จะช่วยให้ ‘บ้านใหม่’ แห่งนี้เป็นเหมือนบ้านจริงๆ มากขึ้น

แวะไปดู National Mall

ก็จริงที่ที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยว แต่ National Mall ก็เป็นสิ่งที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งของการอาศัยอยู่ในดีซีเลยก็ว่าได้ ที่นี่มีพิพิธภัณฑ์ อนุสาวรีย์ และแลนด์มาร์กเป็นสิบที่อยู่ใกล้เหมือนเป็นสวนหลังบ้าน และส่วนมากก็ฟรีค่าเข้าอีกด้วย

แต่อย่าเพิ่งรีบดูให้ทั่วเลยดีกว่า ในช่วงอาทิตย์แรกนี้แค่ลองสำรวจดูว่ามีอะไรบ้างก็พอ

ตัวอย่างสถานที่ที่น่าสนใจก็ได้แก่

  • ถนนคนเดินที่ยาวประมาณ 2 ไมล์ สังเกตแอ่ง Tidal Basin ที่อยู่สุดทางฝั่งตะวันตก น้องๆ จะได้แวะไปที่นั่นตอนที่ต้นซากุระบานในฤดูใบไม้ผลิ
  • The Smithsonian Castle ที่ตั้งอยู่ตรงกลางทางเหมาะจะเป็นจุดสำหรับหยุดพักและหยิบโบรชัวร์กับแผนที่จากศูนย์นักท่องเที่ยว
  • ไปถ่ายเซลฟี่หน้าตึก US Capitol ตรงสุดทางฝั่งตะวันออก แล้วส่งให้เพื่อนๆ หรือครอบครัว

เรียนรู้ระบบขนส่งสาธารณะ

รัฐวอชิงตันมีชื่อเสียด้านจราจรที่แย่มาก โชคดีที่ระบบขนส่งสาธารณะช่วยให้ไปไหนมาไหนได้ง่ายขึ้น The Washington Metro ไม่ได้ครอบคลุมเฉพาะที่ดีซีเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงชานเมืองในบริเวณใกล้เคียงอีกด้วย

รถไฟใต้ดินมีทั้งหมด 6 สาย และป้ายทั้งบนสถานีและในคันรถก็บอกสถานีปลายทาง ดังนั้นก็จะรู้ได้ง่ายๆ ว่ากำลังไปทางไหน ถ้าเจอปัญหาอะไรก็สามารถไปถามที่นายสถานี หรือไปดูบนเว็บไซต์ Trip Planner เพื่อดูเส้นทางต่างๆ ตามต้องการ รวมไปถึงเส้นทางรถบัสอีกด้วย

ค่าโดยสารจะเริ่มต้นที่ $2 และจะแพงขึ้นขึ้นอยู่กับว่าขึ้นสาย express ที่จอดเฉพาะบางสถานี (ในกรณีของรถบัส) หรือขึ้นรถในช่วงคนเยอะ (ในกรณีของรถไฟ) เติมเงินค่าโดยสารในบัตร SmarTrip card ถ้าน้องๆ ใช้ระบบขนส่งสาธารณะบ่อย ก็สามารถซื้อเป็นแบบเหมารายสัปดาห์หรือรายเดือนก็ได้เพื่อจะประหยัดเงินขึ้นอีกหน่อย

หาร้านชำที่ชอบ

ถ้าออกไปทานที่ร้านอาหารในดีซีก็จะเจอกับภาษี 10% ในค่าอาหาร แต่การซื้อของจากร้านขายของชำจะไม่เสียภาษี! ทีนี้แหละได้โอกาสทองแล้ว เราควรจะไปซื้อของที่ไหนดีนะ?

ความคิดเห็นเกี่ยวกับร้านขายของชำของชาววอชิงตันขัดแย้งกันจริงจัง โดยคนท้องถิ่นแต่ละคนก็มีร้านโปรดของตัวเองอย่างไม่ต่างอะไรกับพรรคการเมืองเลย

Gaint Food และ Safeway เป็นสองร้านที่อยู่มานานที่สุดในดีซีและมีสาขามากที่สุด ในร้านมีสินค้ามากมายหลากหลายในราคาสมเหตุสมผล ถ้าน้องๆ ต้องการประหยัดเงิน แบรนด์ราคาถูกจากยุโรปอย่าง Aldi และ Lidl ก็พอมีสาขาอยู่บ้างในแถวกลางเมือง Trader Joe’s ก็ราคาถูกพอๆ กัน ทั้งยังมีการตกแต่งเป็นกระท่อม tiki และมีเอกลักษณ์ที่ชอบเคลือบทุกอย่างด้วยดาร์คช็อคโกแลต

สำหรับตัวเลือกที่ราคาสูงขึ้นมาหน่อย Whole Foods เน้นขายของออร์แกนิคเป็นพิเศษ ในขณะที่ Harris Teeter หลอกล่อลูกค้าด้วยคุกกี้ชิมฟรี

ถึงแม้ว่าน้องๆ จะซื้อของได้คุ้มที่สุดที่ร้านเหล่านี้ แต่ก็อย่าลืมลองแวะไปที่ Eastern Market ที่อยู่ถัดไปไม่กี่บล็อกจากอาคาร Capitol ตลาดเกษตรกร (farmer’s market) ที่มีทั้งส่วนในร่มและกลางแจ้งแห่งนี้เปิดตั้งแต่วันอังคารไปจนถึงวันอาทิตย์ และมีขายพืชผล เนื้อ นม และของอบที่สดใหม่ส่งตรงจากฟาร์มในท้องถิ่น

ชานเมืองแถวไหนเหมาะสำหรับนักเรียน

รัฐวอชิงตันเป็นมีบริเวณปริมณฑลที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ แต่นั่นก็หมายความว่าน้องๆ จะยิ่งมีตัวเลือกมากยิ่งขึ้นเวลาเลือกย่านที่อยู่

ในขณะที่ที่พักในปริมณฑลราคาไม่ถูกเลย ย่านชานเมืองก็มีตั้งแต่เมืองขนาดกลางไปจนถึงเมืองเล็กๆ ซึ่งก็จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกและไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันไป

ด้านล่างนี้คือชานเมืองที่เหมาะสำหรับนักเรียนมากที่สุดในวอชิงตัน

เมือง Vienna รัฐ Virginia

ถ้ากำลังมองหาย่านสบายๆ ที่เป็นมิตรและมีบรรยากาศของชานเมือง ไม่ต้องมองหาที่ไหนไกลเกิน Vienna, Virginia เลย จากที่นี่เดินทางไปดีซีด้วยระบบขนส่งสาธารณะได้สะดวก แต่ขณะเดียวกันก็ยังมีกลิ่นอายของความเป็นเมืองขนาดเล็กเนื่องจากสวนสาธารณะ อาคารทางประวัติศาสตร์ และตัวเมืองที่เดินไปได้ถึงกันทั้งหมด

ที่นี่มีอะไรให้ทำมากมายอย่างไม่น่าเชื่อ โดยเฉพาะสำหรับคนรักธรรมชาติ พกหนังสือไปที่ Meadowlark Botanical Gardens แล้วอ่านทบทวนใต้แสงอาทิตย์ ล้อมรอบด้วยธรรมชาติสวยงามกว่า 100 เอเคอร์ ไปให้อาหารสัตว์หายากที่ Roer's Zoofari ขี่จักรยาน 45 ไมล์ไปตามทาง Washington & Old Dominion trail หรือซึมซับบรรยากาศย้อนยุคและโพสต์ภาพร้านขายของชำโบราณ และสถานีเก่าที่มีรถไฟสีแดงสดเป็นเอกลักษณ์

อย่าคาดหวังกับแสงสียามค่ำคืนจากเมืองที่มีประชากรไม่ถึงสองหมื่นคนเลย แต่อย่างน้อยย่านอยู่อาศัยแถบใต้ก็แตกต่างจากความเร่งรีบของดีซี ซึ่งก็ดีไม่น้อย

เมือง Takoma Park รัฐ Maryland

เมืองหัวก้าวหน้าที่คนอายุต่ำกว่า 16 ปี และไม่ได้เป็นพลเมืองก็สามารถลงคะแนนเลือกตั้งท้องถิ่นได้ ที่นี่มีจิตวิญญาณการเคลื่อนไหวทางสังคมที่ฝึงลึก Takoma Park ใน Maryland แห่งนี้ทั้งทันสมัยและเปิดกว้าง เกือบหนึ่งในสามของคนที่อาศัยอยู่ที่นี่ไม่ได้เกิดที่อเมริกา และน้องๆ ก็สามารถลองชิมอาหารจากทั่วโลกที่ถนนบริเวณ International Corridor

ราคาค่าเช่าที่นี่แตกต่างกันมากขึ้นอยู่กับหลายปัจัจัย มีทั้งบ้านสไตล์วิคตอเรียนราคาแพงระยับ แต่ก็มีอพาร์ทเมนต์ราคาเอื้อมถึงได้กระจายอยู่รอบๆ เมือง แต่อย่าจำชื่อสับสนกับเมือง Takoma ในวอชิงตันล่ะ

ผู้คนในชานเมืองนานาชาติแห่งนี้ก็ต่างชอบที่เมืองสีเขียวที่เดินไปไหนมาไหนได้ มีตลาดเกษตรกรสองแห่ง และจัดหลายงานเทศกาลสำหรับฉลองทุกอย่างตั้งแต่ดนตรีไปจนถึงศิลปะพื้นบ้าน

เมือง Hyattsville รัฐ Maryland

ใช้เวลาเดินทางจากใจกลางเมืองไม่ถึง 30 นาทีโดยรถไฟ Hyattsville ในรัฐ Maryland แห่งนี้เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดถ้าน้องๆ กำลังมองหาที่พักราคาไม่สูงมาก แต่ก็ยังต้องการร้านอาหารอร่อยๆ ชุมชนดีๆ และร้านเสื้อผ้าสำหรับช็อป

เมืองนี้มีกลิ่นอายความอาร์ตอยู่นิดๆ ที่จะปลดปล่อยกันในทุกๆ เดือนกันยายนในเทศกาล Downtown Hyattsville Arts Festival โดยในช่วงอื่นๆ ตลอดทั้งปีก็ยังมีงานศิลปะสาธารณะให้ชมฟรี ซึ่งก็มีความหลากหลายตั้งแต่ภาพโมเสกและภาพวาดฝาหนัง ไปจนถึงรูปปั้นที่ผู้ชมไปจับต้องมีปฏิสัมพันธ์กับชิ้นงานได้

นอกจากนี้แล้วที่นี่ยังเป็นหนึ่งในสี่เขตเทศบาลในกลุ่ม Gateway Arts District พื้นที่ในคอนเซ็ปต์ใช้ชีวิต-ทำงาน-เล่นสนุกที่ศิลปิน สตูดิโอ และอีเวนต์ของชุมชนต่างมีส่วนรวม

เมือง Greenbelt รัฐ Maryland

เมือง Greenbelt ที่ตั้งอยู่ใน Maryland เดิมที่ถูกก่อตั้งขึ้นภายใต้โครงการ planned community โดยรัฐบาลในปี 1937 กลุ่มผู้วางผังเมืองในช่วงแรกๆ ต้องการให้ผู้อยู่อาศัยสามารถถึงพื้นที่สีเขียวสาธารณะได้ง่ายๆ เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ และวันนี้ ในอีก 100 ปีกับการขยายตัวของเมืองจำนวนมากให้หลัง Greenbelt ก็ยังคงเป็นเมืองสีเขียว

สิ่งที่โดดเด่นสะดุดตาที่สุดเลยก็คือสวน Greenbelt Park ที่มีพื้นที่กว่า 1,100 เอเคอร์ สถานที่สำหรับตั้งแคมป์ ดูนก และปั่นจักรยานที่จัดการโดย National Park Service ในบริเวณใกล้เคียงก็มีอีกสวนที่ล้อมรอบทะเลสาบ Buddy Attick Lake ที่สามารถไปปิกนิก พายเรือคายักและแคนูได้

มีสถานที่สำหรับเดินเล่นมากมายใน Greenbelt (และถ้าขาดเหลืออะไร โดยมากแล้วก็สามารถเดินไปซื้อได้ง่ายๆ) สถานที่ตั้งของเมืองนี้ที่อยู่กลางถนนสองสายใหญ่ และใกล้กับรถไฟใต้ดินสายสีเขียว ซึ่งก็นับเป็นข้อดีข้อหลักของการอาศัยอยู่ที่ดี ด้วยความที่สามารถไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

วิธีการเป็นผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์อเมริกาในดีซี

ในฐานะที่มีแลนด์มาร์กระดับชาติอยู่กว่า 70 แห่ง วอชิงตันก็เป็นสถานที่ที่เหมาะที่สุดสำหรับการเรียนรู้ประวัติศาสตร์อเมริกา ถ้าหากรู้แหล่งว่าไปควรเรียนรู้จากที่ไหน

เที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ เดินไปตามถนนของเหล่าผู้ก่อตั้งประเทศอเมริกา และพูดคุยกับคนท้องถิ่น บอกได้เลยว่าบทเรียนนี้ ไม่จำเป็นต้องใช้ตำรา

เยี่มมชมหอสมุดรัฐสภา (Library of Congress)

ถ้ามีเวลามากพอจะอ่านหนังสือทั้งหมดในหอสมุดรัฐสภา (ซึ่งมีหนังสืออยู่ทั้งหมด 24 ล้านเล่ม) น้องๆ ก็จะกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์อเมริกาและอีกสารพัดแขนงวิชาความรู้ โชคดีที่ยังมีวิธีที่ง่ายกว่านั้นอยู่

หลังจากชื่นชมความสวยงามของสถาปัตยกรรมเลื่อมทองของ Great Hall เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ลองไปเดินดูนิทรรศการฟรีทั้งหลายต่อ นิทรรศการเหล่านี้ไม่ได้เฉพาะแค่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับจุดกำเนิดของประเทศอเมริกา แต่ยังบอกเล่าเรื่องราวที่คาดไม่ถึงมากมายตั้งแต่การ์ตูนไปจนถึงสิ่งบันเทิงต่างๆ ที่มีส่วนส่งผลกระทบต่อประวัติศาสตร์การเมืองของอเมริกา ตัวอย่างเช่นถ้าทัวร์ดูเรื่อง เบสบอลในอเมริกา น้องๆ ก็จะได้รู้สาเหตุว่าทำไมกีฬาชนิดนี้ถึงได้ถูกเรียกว่าเป็น ‘กิจกรรมยามว่างประจำชาติ’

ถ้าเป็นไปได้ก็ควรเลือกทัวร์ที่มีไกด์นำ จะได้ได้รับข้อมูลจากผู้รู้เพิ่มเติมด้วย

ทัวร์ National Museum of American History

สำหรับมุมมองภาพรวมของประวัติศาสตร์อเมริกาในระดับโลก พิพิธภัณฑ์ National Museum of American History นี้ถือว่ามีข้อมูลครบและดีที่สุด ตั้งแต่หัวข้อเกี่ยวกับการเมืองและเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ รวมทั้งยังพูดถึง pop culture ต่างๆ ทั้งดนตรี แฟชั่น และซุปเปอร์ฮีโร่อีกด้วย

นอกจากนี้ที่นี่ก็เป็นแหล่งรวบรวมเกร็ดเล็กๆ น้อยๆ (แต่จริง) ในอเมริกา อย่างเช่น การเรียกตุ๊กตาหมีว่า ‘เท็ดดี้แบร์’ นั้นมีที่มาจากชื่อของประธานาธิบดีคนที่ 26 นาย Theodore Roosevelt หรือเรื่องราวความรุ่งเรืองของฮอลลีวู้ดที่เริ่มต้นมาจากการคิดค้น ‘talkies’ (ภาพยนต์มีเสียง)

ไม่ต้องคาดหวังว่าจะได้เห็นครบทั้งหมดทุกอย่าง แค่เผื่อเวลาสองสามชั่วโมงสำหรับดูอะไรเด่นๆ ก็พอแล้ว

ไปดูเบื้องหลังที่ International Spy Museum

International Spy Museum ที่เพิ่งปรับปรุงไปกลับมาเปิดใหม่อีกครั้งแล้วในปีนี้ ด้วยขอบเขตที่ครอบคลุมในระดับโลก พิพิธภัณฑ์ที่สามารถจับต้องและมีส่วนร่วมได้มากแห่งนี้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมสามารถพินิจพิเคราะห์วัฒนธรรมการสอดแนมในอเมริกา

ที่นี่มีทุกอย่าง ตั้งแต่เรื่องราวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในภารกิจ Argo ไปจนถึงที่มาของ Glomar response ที่กล่าวว่า ‘neither confirm nor deny’ (ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ) น้องๆ จะได้เรียนรู้ว่าการทำงานของสายลับมีส่วนช่วยให้อาณานิคม 13 แห่งได้รับอิสรภาพมาได้อย่างไร และสายลับสืบอย่างไร ไม่ว่าจะด้วยการปลอมตัว ผูกกล้องไว้กับนกพิราบในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง หรือไปขุดโซเชียลมีเดีย

น้องๆ จะได้เห็นจดหมายของจริงที่เขียนขึ้นในปี 1777 โดย George Washington ก่อตั้งองค์กรสายลับแรกของอเมริกา

ไปพบกับเหล่าคนดังของอเมริกาที่ National Portrait Gallery

ถ้าจะพูดว่า National Portrait Gallery เป็นแค่พิพิธภัณฑ์รวมรูปคนดังเท่านั้น ก็คงไม่ถูกต้องเท่าไหร่นัก แต่ควรจะเรียกว่า ไปแล้วเหมือนได้รับเชิญไปงานสังสรรค์ที่มีบุคคลที่น่าสนใจในประวัติศาสตร์เข้าร่วมด้วย จะดีกว่า

คนเหล่านี้ที่พูดถึงก็ได้แก่ Martin Luther King Jr., Marilyn Monroe, Alexander Hamilton, Muhammad Ali และ Sojourner Truth นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นสถานที่เดียวนอกจากทำเนียบขาวที่จะสามารถเห็นห้องที่เต็มไปด้วยภาพวาดของประธารธิบดี ซึ่งหมายความว่าถ้าอยากเห็น ก็ไม่จำเป็นต้องติดต่อสถานทูตเพื่อขอทัวร์ชมแล้ว เพียงแค่มาที่นี่ที่เดียวก็เพียงพอ

ไปล่าสุสานที่ Arlington National Cemetery

สุสานอาจจะฟังดูไม่ควรจะเป็นสถานที่เที่ยวเท่าไหร่ แต่ที่นี่ก็นับเป็นที่เที่ยวได้

ร่างของชาวอเมริกามากกว่าสี่แสนคนถูกฝังอยู่ที่ Arlington National Cemetery ซึ่งในนั้นก็รวมทั้งประธานธิบดี ทาสที่ได้รับอิสระ และทหารผ่านศึกจากสงครามปฏิวัติ ไกด์ทัวร์บนรถรางจะเล่าเรื่องราวความกล้าหาญของพลเอก Pershing และความสำเร็จต่างๆ ของนักอวกาศ John Glenn ให้น้องๆ ได้ฟังจนเพลินเลยละ

กะช่วงเวลาที่จะไปเที่ยวชมที่นี่ให้ตรงกับช่วงพิธีผัดเปลี่ยนเวร (Changing of guard ceremony) ที่ Tomb of the Unknown Soldier พิธีทางประวัติศาสตร์แห่งนี้มีมาตั้งแต่ปี 1948 ประกอบไปด้วยการวันทยาหัตถ์ทางการ การตบเท้า และการหันเก้าสิบองศาแบบพร้อมเพรียงตรงเป๊ะ เตรียมกล้องไว้ให้พร้อมเลย

หลบนักท่องเที่ยวในวอชิงตันไปที่ไหนดี

ด้วยจำนวนผู้อยู่อาศัยกว่าเจ็ดแสนคน และนักท่องเที่ยวอีกกว่ายี่สิบล้านคนต่อปี เอาเป็นว่าน้องๆ อยู่ที่วอชิงตันแล้วก็อาจจะรู้สึกคนแน่นจนอึดอัดขึ้นมาได้ในบางที แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าน้องๆ จะไม่สามารถหามีสถานที่ส่วนตัวที่เป็นของตัวเองได้เลย

หลบนักท่องเที่ยวแล้วไปที่ที่คนท้องถิ่นไปกัน เพราะถึงตอนนั้น น้องๆ ก็กลายเป็นคนท้องถิ่นไปเรียบร้อยแล้ว

Dumbarton Oaks

เมื่อไหร่ที่ได้ยินคำว่า ‘ฟรี’ ในดีซี ก็เตรียมตัวเจอฝูงชนได้เลย แต่ที่ Dumbarton Oaks นั้นต่างออกไป ในย่าน Georgetown ที่เงียบสงบและไกลจาก National Mall คฤหาสน์ก่ออิฐหรูหราแห่งนี้ได้เก็บรวบรวมศิลปะสมัยไบแซนไทน์และสมัยก่อนคริสโตเฟอร์โคลัมบัสมารวมไว้ในแกลเลอรี่เปิดโล่ง เดินไปทางฝั่งปีกตะวันตกแล้วก็จะเจอกับห้องดนตรีโอ่อ่า ตกแต่งด้วยภาพแขวน ภาพวาด และรูปปั้นโบราณ

สวนในบริเวณที่ดินแห่งนี้เปิดให้เข้าชมได้ในราคาเล็กๆ น้อยๆ มีบริเวณและระเบียงแยก อย่างเช่นเรือนส้ม (คล้ายเรือนกระจก แต่มีไว้สำหรับปลูกส้มโดยเฉพาะ) หรือ Lover’s Lane Pool ที่ช่วยให้สามารถหาจุดปลอดคนสำหรับหยุดพักได้ครู่หนึ่ง

Kenilworth Park & Aquatic Gardens

ที่อุทยานแห่งชาติจะเริ่มมีคนเยอะขึ้นในช่วงฤดูร้อนที่ดอกบัวหลวงและดอกบัวสายบานเต็มที่ (แต่ช่วงอื่นๆ ของปีก็จะโล่งตลอด) Kenilworth Park & Aquatic Gardens ตั้งอยู่คนละฝั่งแม่น้ำ ตรงข้ามกับสวนพฤกษชาติแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S National Arboretum) ยังคงเงียบสงบ โดยที่นี่เป็นสถานที่ที่ยังคงส่วนพื้นที่ชุ่มน้ำที่เป็นลักษณะภูมิประเทศดั้งเดิมก่อนจะตั้งเมืองขึ้นมา

สังเกตรอบตัวไปด้วยในระหว่างเดินเล่นริมน้ำ และน้องๆ ก็จะเห็นเป็ด เต่า นกร้องเพลง และนกล่าเหยื่อ หรือแวะไปในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ชมทิวทัศน์ใบไม้เปลี่ยนสีที่สะท้อนบนน้ำ ทั้งหมดนี้ ฟรี รวมถึงค่าจอดรถก็ด้วย

เกาะต่างๆ

น้องๆ คงนึกไม่ถึงว่าจะมีเกาะอยู่ใจกลางดีซีด้วย แต่ความจริงแล้วมีเกาะอยู่จริง แล้วไม่ได้มีแค่เกาะเดียวด้วย เกาะที่ใหญ่ที่สุดคือ East Potomac Park ที่มีทั้งสนามกอล์ฟ สระว่ายน้ำ สนามเทนนิส และอนุสาวรีย์ Thomas Jefferson โดยสามารถเดินจาก National Mall มาที่นี่ได้ นับว่าเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับตอนที่เหนื่อยกับการต้องเบียดเสียดนักท่องเที่ยว แต่ก็ไม่อยากไปไหนไกลเกิน

ข้ามแม่น้ำไปแล้วก็จะเจอเกาะโคลัมเบียที่เป็นพื้นที่เงียบสงบที่มีวิวชมเส้นขอบฟ้าสวยๆ ของเมือง ถ้าขึ้นไปทางเหนือหน่อยก็จะสามารถหลบจากทุกอย่างได้ที่ Theodore Roosevelt Island อุทยานแห่งชาติพื้นที่ 88.5 เอเคอร์ที่มีแต่ป่าหนาแน่น

Kingman Island ที่อยู่ใน Anacostia แม่น้ำสายใหญ่อีกสายหนึ่งในดีซี คงจะเป็นเกาะที่ห่างไกลที่สุด ยกเว้นช่วงเทศกาลประจำปีทุกปีอย่าง Kingman Island Bluegrass & Folk Festival

ร้านหนังสือ Politics and Prose

ทำเลห่างไกลจากแหล่งนักท่องเที่ยวหลักๆ ร้านหนังสือ Politics and Prose ตั้งอยู่ในย่านหรูที่มีต้นไม้เรียงรายริมถนนอย่างย่าน Chevy Chase

แวะไปในช่วงกลางสัปดาห์ จะมีมุมเงียบๆ หลายจุดที่น้องๆ สามารถใช้เป็นที่สำหรับซุกตัวอ่านหนังสือดีๆ ซักเล่มได้ หรือจะไปรวมกลุ่มกับคนท้องถิ่นแล้วนั่งฟังกิจกรรมพูดคุยอิสระ ที่นักเขียนมีชื่อมีรางวัลหลายคนจะมาชวนคุยทุกเรื่อง ทุกหัวข้อ ตั้งแต่เรื่องประชาธิปไตย เรื่องตลก ไปจนถึงวิธีการทำอาหาร

หลังจากนั้นก็ไปพักสมองได้ที่ The Den ร้านน่านั่งชั้นล่างที่ขายอาหารที่ทำจากวัตถุในท้องถิ่น และก็ยังส่งเสริมให้นั่งแช่ได้นานๆ อีกด้วย

✔️  IDP เป็นตัวแทนมหาวิทยาลัยกว่า 180 สถาบันในประเทศอเมริกา

✔️  IDP ส่งนักเรียนไปศึกษาต่อกว่า 450,000 คน ทั่วโลก

✔️  IDP ได้รับความไว้วางใจจากนักศึกษาทั่วโลกและเปิดให้บริการมากกว่า 50 ปี

✔️  IDP คือผู้นำด้านการเรียนต่อที่มีสาขาใหญ่ที่สุดในโลก

เรียนต่ออเมริกากับ IDP

บทความน่าสนใจ

โปรดเลือกระดับการศึกษา

ใส่คำค้นหา เลือกจากรายการหรือกดค้นหา

  • เริ่มค้นหาตอนนี้ เลือกจากรายชื่อหรือกดค้นหา

  • ใส่คำค้นหา เลือกจากรายการหรือกดค้นหา

โปรดพิมพ์ และเลือกสถาบัน

  • พิมพ์ตัวอักษร 3 ตัวของชื่อมหาวิทยาลัย และเลือกจากลิสต์

  • กรอกชื่อมหาวิทยาลัย หรือโรงเรียน และเลือกจากลิสต์