สหราชอาณาจักร (UK) เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดฮิตของนักเรียนไทย โดดเด่นทั้งมหาวิทยาลัยระดับโลกและสังคมที่หลากหลายทางวัฒนธรรม แต่ถ้าอยากใช้ชีวิตแบบสบายใจ ไม่เครียดเรื่องเงิน การวางแผนงบประมาณและเข้าใจเรื่อง ค่าครองชีพที่อังกฤษ ให้ดีก่อนเดินทางถือว่าสำคัญมาก
การรู้ว่าค่าใช้จ่ายรายเดือนและรายปีโดยเฉลี่ยอยู่ที่เท่าไหร่ เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการวางแผน แต่ต้องไม่ลืมว่าค่าใช้จ่ายจริงของแต่ละคนอาจสูงหรือต่ำกว่านี้ ขึ้นอยู่กับเมืองที่คุณเลือกอยู่ รูปแบบที่พัก และนิสัยการใช้เงินของตัวเองด้วย
โดยเฉลี่ย รัฐบาลอังกฤษแนะนำว่า นักเรียนต่างชาติควรมีงบประมาณอย่างน้อย:
£12,276 ต่อปี หากพักอยู่นอกลอนดอน
£16,008 ต่อปี หากพักในลอนดอน
ตัวเลขด้านบนยัง ไม่รวมค่าเล่าเรียน ของนักเรียนไทย เป็นเพียงค่าครองชีพ uk สำหรับการใช้ชีวิต เช่น ที่พัก อาหาร และค่าใช้จ่ายประจำวันเท่านั้น
นอกจากนี้ ยังมีเว็บไซต์ที่ช่วยคำนวณและเปรียบเทียบค่าครองชีพที่อังกฤษ เช่น Expatistan ที่ใช้ข้อมูลอัปเดตจากผู้ใช้จริง ช่วยให้นักเรียนไทยเห็นภาพรวมค่าใช้จ่ายได้ชัดเจนมากขึ้นก่อนตัดสินใจไปเรียนต่ออังกฤษ
เมื่อคำนวณจากค่าที่พัก อาหาร ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายส่วนตัวแล้ว ค่าครองชีพสำหรับนักเรียนไทยที่ไปเรียนต่ออังกฤษโดยเฉลี่ยต่อเดือนจะอยู่ประมาณ:
£1,334 ต่อเดือน หากคุณพักในลอนดอนเป็นส่วนใหญ่ (มากกว่า 50% ของระยะเวลาที่เรียน)
£1,023 ต่อเดือน หากคุณพักอยู่นอกลอนดอนเป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงค่าเฉลี่ยเท่านั้น เมืองหรือภูมิภาคที่เลือกอยู่ ประเภทของที่พัก ไลฟ์สไตล์ และนิสัยการใช้จ่ายของแต่ละคน จะทำให้ค่าครองชีพ uk ของคุณเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้พอสมควร
ถ้าเทียบกับการใช้ชีวิตในประเทศไทย ค่าครองชีพที่อังกฤษ จะสูงกว่ามาก โดยเฉพาะเมืองใหญ่ เช่น ลอนดอน ที่รู้กันดีว่าค่าเช่าและค่าเดินทางค่อนข้างแพง
กรุงเทพฯ: นักเรียนไทยมักใช้ราว ๆ 15,000–25,000 บาท/เดือน (ประมาณ £350–£600) ครอบคลุมที่พัก อาหาร และค่า
เดินทาง • อังกฤษ (ลอนดอน): ค่าครองชีพโดยเฉลี่ยประมาณ £1,334 / เดือน (≈ 67,000 บาท)
อังกฤษ (นอกลอนดอน): ค่าใช้จ่ายจะถูกลง เหลือประมาณ £1,023 / เดือน (≈ 51,000 บาท)
นั่นหมายความว่าการไปเรียนต่ออังกฤษอาจมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการใช้ชีวิตในไทย ราว 2–3 เท่า ทำให้การวางแผนงบประมาณล่วงหน้าเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับทั้งนักเรียนและผู้ปกครอง
อย่างไรก็ดี ไม่ได้หมายความว่าทุกเมืองในอังกฤษจะแพงเท่าลอนดอน เมืองอื่นๆ เช่น คาร์ดิฟมักมีค่าครองชีพที่ถูกกว่า ทั้งค่าเช่าและค่ากินอยู่ เหมาะกับนักเรียนไทยที่อยากเรียนต่ออังกฤษแต่ต้องการคุมงบประมาณค่าครองชีพ uk ให้ไม่บานปลาย
เมื่อต้องคำนวณค่าครองชีพที่อังกฤษ ส่วนใหญ่ที่ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายรายเดือนอย่างชัดเจนคือ “ค่าที่พัก” โดยตัวเลือกยอดนิยมของนักเรียนไทยมีดังนี้
หอพักภายในมหาวิทยาลัยมีราคาประมาณ £400–£1,200 ต่อเดือน แล้วแต่เมือง มหาวิทยาลัย และประเภทห้อง ส่วนใหญ่จะรวมค่าสาธารณูปโภค เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าอินเทอร์เน็ต เอาไว้แล้ว ทำให้วางแผนค่าใช้จ่ายได้ง่าย
หากเช่าห้องหรืออพาร์ตเมนต์อยู่คนเดียวในลอนดอน ค่าเช่าสามารถอยู่ที่ราว £1,600–£2,300 ต่อเดือน ขณะที่ในเมืองอื่นๆ ค่าเช่ามักอยู่ที่ £500–£900 ต่อเดือน
สำหรับนักศึกษาต่างชาติ ส่วนใหญ่จึงนิยมอยู่ บ้านเช่าร่วม (Shared housing) กับเพื่อน เพื่อช่วยหารค่าใช้จ่าย ทำให้ค่าเช่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ £350–£1,000 ต่อเดือน
การอยู่กับครอบครัวท้องถิ่นในรูปแบบโฮมสเตย์จะมีค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ย £500–£900 ต่อเดือน ซึ่งมักรวมอาหารบางมื้อ ทำให้เหมาะกับนักเรียนไทยที่เพิ่งไปถึงอังกฤษใหม่ๆ อยากได้สภาพแวดล้อมที่มีโครงสร้างดูแลชัดเจน และช่วยให้ปรับตัวกับวัฒนธรรมอังกฤษได้ง่ายขึ้น
หอพักนักศึกษาที่สร้างขึ้นโดยบริษัทเอกชน (ต่างจากหอในของมหาวิทยาลัย) ราคามักอยู่ที่ £500–£1,500 ต่อเดือน แล้วแต่โลเคชันและสิ่งอำนวยความสะดวก ข้อดีคือมักเป็นตึกใหม่ สะดวกสบาย และให้อิสระในการใช้ชีวิตมากขึ้น
ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อค่าเช่าคือ ทำเล ที่พักยิ่งใกล้ใจกลางเมืองหรือย่านมหาวิทยาลัยมาก ค่าเช่าก็มักจะสูงตามไปด้วย ความสะดวกด้านการเดินทางและระบบขนส่งสาธารณะก็มีผลอย่างมากต่อค่าครองชีพ uk เช่นกัน
ถ้าอยากประหยัดค่าที่พัก ลองพิจารณา:
ใช้แพลตฟอร์มอย่าง University Living หรือ Best Student Halls เพื่อเปรียบเทียบราคาและตัวเลือก
เลือกอยู่แชร์ห้องหรือแชร์บ้านกับเพื่อนหรือนักศึกษาอื่น
สำหรับนักเรียนไทย ลองเข้ากลุ่ม Facebook ของนักเรียนไทยใน UK หรือชมรมสมาคมนักเรียนไทยเพื่อตามหาที่พักราคาดี
ติดต่อ IDP Thailand เพื่อรับคำปรึกษาและช่วยคัดเลือกที่พัก (โฮมสเตย์ หอพัก หรือห้องเช่าเอกชน) รวมถึงคำแนะนำเรื่องสัญญาและการตั้งงบที่เหมาะสม
โดยเฉลี่ยแล้ว ค่าอาหารและของใช้ในชีวิตประจำวันในอังกฤษจะอยู่ประมาณ £120–£300 ต่อเดือน ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการกินและการซื้อของของแต่ละคน หากชอบทานข้าวนอกบ้าน:
มื้อพื้นฐานในร้านอาหารราคาย่อมเยา: ประมาณ£12–£20 ต่อมื้อ
ฟาสต์ฟู้ด: ประมาณ£6–£12 ต่อมื้อ
ทำอาหารกินเอง และซื้อของจากซูเปอร์มาร์เก็ตหรือร้านเอเชีย
ซื้อของแห้งหรือของใช้ประจำบ้านจำนวนมากร่วมกับเพื่อนหรือรูมเมต เช่น ข้าว เส้น หมี่ น้ำมัน
มองหาส่วนลดหรือดีลนักศึกษา (student meal deals) จากร้านอาหารหรือคาเฟ่ใกล้มหาวิทยาลัย
ค่าเดินทางเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญของ ค่าครองชีพที่อังกฤษ โดยเฉพาะถ้าน้อง ๆ อยู่ในเมืองใหญ่ที่ต้องเดินทางด้วยรถไฟใต้ดินหรือรถบัสเป็นประจำ
ค่าเดินทางโดยรวมจะแตกต่างตามเมืองที่อยู่:
ลอนดอน: ใช้บัตร Oyster หรือจ่ายแบบ contactless เฉลี่ยราว ๆ £80–£160 ต่อเดือน
เมืองอื่น เช่น Manchester, Cardiff, Sheffield: เฉลี่ยอยู่ที่ £55–£110 ต่อเดือน ขึ้นอยู่กับระยะทางที่เดินทาง
นักศึกษายังสามารถสมัครบัตรส่วนลด เช่น 16–25 Railcard หรือบัตรเดินทางนักศึกษา เพื่อรับส่วนลดค่าโดยสาร 30–50%
ถ้าต้องการทางเลือกอื่น:
ค่าเช่าจักรยาน: ประมาณ£20–£50 ต่อเดือน
ค่าเช่ารถยนต์: ประมาณ£150–£980 ต่อสัปดาห์ (ไม่ค่อยนิยมในหมู่นักศึกษา เพราะค่อนข้างแพงและมีค่าประกัน/ค่าน้ำมันเพิ่มเติม)
ใช้บัตรส่วนลดสำหรับนักศึกษา เช่น 16–25 Railcard หรือบัตรลดค่าโดยสารรถบัส
เดินหรือปั่นจักรยานสำหรับระยะทางใกล้ๆ
เลือกที่พักที่อยู่ใกล้มหาวิทยาลัยเพื่อลดเวลาเดินทางและค่าโดยสาร
เมื่อตั้งงบ ค่าครองชีพ uk สำหรับนักเรียนไทย อย่าลืมคิดถึงค่าสาธารณูปโภคและอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายพื้นฐานของทุกบ้าน
โดยทั่วไปค่าสาธารณูปโภคจะอยู่ที่ประมาณ £60–£150 ต่อเดือน ขึ้นอยู่กับประเภทที่พักและเมืองที่อยู่ ในลอนดอนอาจสูงถึง £180–£200 ต่อเดือน หากอยู่ห้องเช่าร่วม (Shared house/flat) ค่าบิลจะถูกหารเฉลี่ยกับเพื่อนร่วมบ้าน ทำให้ประหยัดลงได้
แพ็กเกจอินเทอร์เน็ตบ้าน: ประมาณ£25–£50 ต่อเดือน (มักมี Student Package ให้เลือก)
แพ็กเกจมือถือ: ประมาณ£10–£40 ต่อเดือน
ซิมแบบเติมเงิน (Prepaid) จากผู้ให้บริการอย่าง GiffGaff, Lebara, Lycamobile เป็นที่นิยมในหมู่นักเรียนไทย เพราะราคาเริ่มต้นราว £10–£15 ต่อเดือน พร้อมอินเทอร์เน็ตรวมในแพ็กเกจ
เลือกใช้ซิมเติมเงินเพื่อควบคุมค่าใช้จ่าย
แชร์บ้าน/ห้องกับเพื่อนเพื่อลดค่าบิล
เปรียบเทียบแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตและมือถือจากหลายเจ้าเพื่อหาโปรที่คุ้มที่สุด
การมีประกันสุขภาพที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับนักเรียนต่างชาติที่ไปเรียนต่ออังกฤษ เพราะหากเจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุ คุณต้องมั่นใจว่าสามารถเข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที
นักศึกษาต่างชาติจำเป็นต้องชำระค่า Immigration Health Surcharge (IHS) เป็นส่วนหนึ่งของค่าธรรมเนียมขอวีซ่า ซึ่งอยู่ที่ประมาณ £776 ต่อปี (หรือ £388 หากวีซ่าต่ำกว่า 6 เดือน)
เมื่อชำระ IHS แล้ว คุณจะสามารถใช้บริการของ NHS (National Health Service) ระบบสาธารณสุขของอังกฤษ ซึ่งครอบคลุมการพบแพทย์ประจำตัว (GP), การรักษาในโรงพยาบาล และบริการด้านสุขภาพอีกหลายอย่าง
อย่างไรก็ตาม NHS ไม่ได้ครอบคลุมทุกอย่าง เช่น ทันตกรรม การตรวจสายตา และยาบางรายการ ซึ่งอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มตามการรักษา
แม้ NHS จะครอบคลุมพื้นฐานค่อนข้างมาก แต่นักเรียนบางคนอาจต้องการความคุ้มครองเพิ่มเติมโดยเฉพาะด้านฟันและสายตา ซึ่งไม่รวมใน NHS ค่าใช้จ่ายประกันสุขภาพเอกชนมักอยู่ที่ประมาณ £150–£500 ต่อปี ขึ้นอยู่กับบริษัทประกันและความคุ้มครอง
ชำระ NHS surcharge ให้ครบถ้วนตอนยื่นวีซ่า
พิจารณาทำประกันเอกชนเพิ่มเติมหากต้องการความคุ้มครองด้านฟัน/สายตา
ตรวจสอบว่า มหาวิทยาลัยมีแพ็กเกจสุขภาพหรือบริการลดราคาสำหรับนักเรียนต่างชาติหรือไม่
ค่าครองชีพที่อังกฤษไม่ได้มีแค่เรื่องกินอยู่ แต่ยังรวมถึงค่าใช้จ่ายด้านไลฟ์สไตล์และความบันเทิงด้วย ซึ่งหากไม่วางแผน อาจทำให้ใช้เงินเกินงบได้ง่าย
ตั๋วหนัง: £10–£20 ต่อที่นั่ง
คอนเสิร์ต/ละครเวที: ประมาณ £20–£120 ต่อครั้ง
เที่ยวกลางคืน/บาร์/คลับ: อาจใช้ราว £15–£70 ต่อคืน ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์
ใช้ส่วนลดนักศึกษาจากโรงหนัง ฟิตเนส หรือยิมของมหาวิทยาลัย
เลือกทำกิจกรรมที่มี Student Discount หรือกิจกรรมฟรีในชุมชน
ร่วมกิจกรรมของมหาวิทยาลัย ซึ่งมักมีต้นทุนไม่สูงหรือฟรีสำหรับนักศึกษา
ค่าเล่าเรียนของนักเรียนต่างชาติในอังกฤษมีความแตกต่างกันมาก ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัย เมือง และสาขาที่เลือกเรียน การเข้าใจโครงสร้างค่าเทอมเป็นส่วนสำคัญในการวางแผนเรียนต่อและประเมินภาพรวมค่าครองชีพ uk ของคุณ
โดยทั่วไปค่าเทอมระดับปริญญาตรีจะอยู่ที่ประมาณ £12,000–£40,000+ ต่อปี แล้วแต่สาขา:
Arts and Humanities: £12,000–£18,000 / ปี
Business/Management: £15,000–£35,000 / ปี
Engineering/Technology: £18,000–£38,000 / ปี
Law: £15,000–£40,000 / ปี
Science: £15,000–£28,000 / ปี
Medicine and Health: £25,000–£50,000+ / ปี
โดยทั่วไปจะอยู่ที่ราว £12,000–£35,000 / ปี หรือเป็นราคาเหมาทั้งโปรแกรม ขึ้นกับรูปแบบหลักสูตร เช่น
Master’s (Taught): ประมาณ £12,000–£30,000 ต่อหลักสูตร
หลักสูตรวิจัย (MRes, MPhil, PhD): £15,000–£30,000 / ปี
MBA และโปรแกรม Business ขั้นสูง: อาจสูงถึง£25,000–£55,000+ ต่อหลักสูตร
นอกจากค่าเทอม ยังควรเผื่องบสำหรับ:
Student Services Fees: ประมาณ £300–£1,000 / ปี
หนังสือและเอกสารประกอบการเรียน: ประมาณ £300–£800 / ปี
Tip สำหรับนักเรียนไทย: มหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักรบางแห่งมีส่วนลด Early Payment หรือทุนส่วนลดค่าเทอม 10–30% หากจ่ายล่วงหน้าหรือมีผลการเรียนดี อย่าลืมตรวจสอบสิทธิ์ตอนสมัคร
นักศึกษาต่างชาติสามารถทำงานได้สูงสุด 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในช่วงเปิดเทอม และทำงานเต็มเวลาในช่วงปิดเทอม
ช่วงอายุ 18–20 ปี: ค่าแรงขั้นต่ำประมาณ £8.60 / ชั่วโมง
อายุ 21 ปีขึ้นไป: ค่าแรงขั้นต่ำประมาณ £11.44 / ชั่วโมง
งานที่คนไทยมักทำ เช่น ร้านอาหาร ร้านกาแฟ งานรีเทล งานแอดมิน หรืองานติวเตอร์ เป็นต้น นอกจากจะช่วยแบ่งเบาค่าครองชีพที่อังกฤษแล้ว ยังได้ทักษะการทำงานจริง ภาษาอังกฤษ และประสบการณ์ชีวิตต่างประเทศเพิ่มด้วย
เลือกงานที่มีเวลายืดหยุ่น
วางตารางอ่านหนังสือและทำงานให้ชัดเจน
บอกเวลาที่คุณว่างกับนายจ้างให้ชัดตั้งแต่แรก
การไปเรียนต่ออังกฤษไม่ใช่แค่เรื่องค่าเทอม แต่ต้องมองภาพรวมทั้ง ค่าครองชีพ uk ไม่ว่าจะเป็นที่พัก อาหาร ค่าเดินทาง ค่าสาธารณูปโภค และค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่างๆ การทำงบประมาณอย่างละเอียดและคิดเผื่อค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นจริง จะช่วยให้คุณใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจและไม่เครียดเรื่องการเงิน
เมื่อเข้าใจโครงสร้างค่าใช้จ่ายแล้ว คุณจะสามารถออกแบบแผนการเรียนต่ออังกฤษที่เหมาะกับทั้งความฝันและศักยภาพทางการเงินของครอบครัวได้อย่างลงตัว